[Fic] Dream(KW,CNN) :3

posted on 19 Mar 2012 16:08 by visaging in Dream

Title: Dream 3

Author:Snoww

Paring:2PM  KW,CNN

Rate:PG 13

 

 

-----------------------------------------------------------------------------

 

“นี่จุนโฮ นายยังไม่หายหงุดหงิดอีกหรือไง”

“..........”

“ว้า...ว่าจะชวนไปกินไอศกรีมสักหน่อย กะว่าจะเลี้ยงด้วยนะเนี้ย แต่สงสัยนายคงอารมณ์ไม่ดีวันนี้ งั้นวันหลังละกัน”

ผมพูดเสียงดังขึ้น เพื่อหวังว่าคนที่กำลังเดินจ่ำอ้าว อยู่ข้างหน้าผมจะสนใจ  แล้วก็ได้ผลฮะ อีจุนโฮหยุดชะงักทันที

ก่อนจะหันมาฉีกยิ้มหวาน

“จริงๆนะ พูดแล้วห้ามคืนคำ” พูดเสร็จก็สะบัดหน้าหนีผมซะงั้น ไอ้เพื่อนตัวดีสรุปผมผิดใช่ไหมฮะ

 

อีจุนโฮหงุดหงิดอะไรนะเหรอฮะ แน่นอนหนึ่งมาจากเจ้าลูกแมวสีเทาตัวน้อยชื่อชองกัม  และสอง.......   สิ่งที่ทำให้หงุดหงิดยิ่งกว่าก็คือ ชายหนุ่มรูปหล่อ หน้าตาคม จมูกโด่ง นามว่าฮวาง ชานซอง เจ้านายแมวขนเทาตัวจ้อยนั้นแหละฮะ

 

เพราะหลังจากที่ชานซองพยายาม แกะชองกัมออกจากตัวจุนโฮอย่างอยากลำบากแล้ว ชองกัมยังฝากรอยเล็บคมๆ จนเลือดซิบ ไว้บนแขน  ตลอดจนถึงไหล่อีจุนโฮอีกต่างหาก  ไม่ใช่ว่าชองกัมไม่ชอบจุนโฮนะฮะถึงได้ฝากร่องรอยไว้ให้จุนโฮระลึกถึง  ตรงกันข้ามเจ้าชองกัมดูติดจุนโฮมากกว่าต่างหาก  น่าแปลกไหมละฮะ  ไม่รู้ไปเป็นแม่ลูกกันตอนไหน

 

ผลที่ตามมานะเหรอฮะ จะเหลือเหรอฮะ ไม่วีนไม่โวย ไม่ใช่นางพญาอีจุนโฮซะหรอกกกก!!!

 

ชานซองก้มหัวขอโทษแล้ว ขอโทษอีก ที่ชองกัมทำให้จุนโฮได้แผล หลังจากพาผมและจุนโฮมาส่งเพื่อทำแผลที่โรงพยาบาล ชานซองก็ขอตัวลากลับก่อนเพราะโทรศัพท์ด่วนที่โทรเข้ามาตาม โดยก่อนกลับไปเขาได้บอกว่าจัดการเรื่องค่ารักษาให้เรียบร้อยแล้ว   แล้ววันพรุ่งนี้จะแวะไปรับจุนโฮที่บ้านเพื่อพามาล้างแผลที่โรงพยาบาลเอง

 

ใช่ฮะที่บ้าน ....ที่บ้านตระกูลอี  ของอีจุนโฮนั้นแหละฮะอ่านไม่ผิดหรอก  ชานซองรู้ได้ไงงั้นเหรอฮะว่าบ้านจุนโฮอยู่ไหน

...ก็จางอูยองคนนี้ไง ที่เป็นคนบอกที่อยู่ให้กับชานซองไป อะไรนะฮะ แล้วจุนโฮรู้หรือเปล่านะเหรอฮะว่าผมให้ที่อยู่ไป  แน่นอนอยู่แล้ว......  ถ้ารู้ตอนนี้ผมคงแหลกคามือเขาไปแล้วละฮะ ไม่ได้มาเดินแก้มป่องอยู่ตรงนี้หรอก

 

ส่วนวันพรุ่งนี้....ให้เป็นเรื่องสำหรับวันพรุ่งนี้ละกันฮะ

 

.


.

.

เวลา 22:00 AM. My Home

เมื่อเปิดประตูเข้าห้องนอนมาได้  ผมก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มอย่างหมดแรง   วันนี้ช่วงบ่ายหลังจากเรื่องวุ่นๆ ของแมว และคนผ่านพ้นไป ผมเข้าไปสำนักพิมพ์เพื่อนำต้นฉบับนิยายไปให้พี่ชางมินตรวจ  ทั้งๆที่อุตสาห์คิดจนหัวสมองแทบแตกแต่ก็ยังไม่ถูกใจพี่ชางมินอยู่ดี

 

“อูยอง   ฉากเลิฟซีนมันต้องเขียนออกมาจากความรู้สึก  เพื่อที่คนอ่านเขาจะได้อ่านแล้วสัมผัสถึงอารมณ์ในเนื้อหาได้”

“แต่ผมก็เขียนออกมาจากความรู้สึก นะฮะฮยอง” 

“แต่ฮยองว่าไม่ใช่  ฮยองอ่านแล้วรู้สึกว่ามันเขียนออกมาจากสมอง มากว่าความรู้สึกและอารมณ์ที่แท้จริง 

มันยังขาดความอ่อนหวานในบางคำพูด  มันดูไม่นุ่มนวลกลมกล่อมว่ะฮยองว่า

“นิยายนะฮะฮยอง   ไม่ใช่กาแฟจะได้รสกลมกล่อม” ผมอดที่จะแขวะเบาๆ ใส่พี่ชางมินไม่ได้

พี่ชางมินเหล่สายตามองผม  พลางทำสีหน้าเหมือนคิดอะไรได้

 

“อูยอง ....อย่าบอกนะว่านายยยย???.........” พี่ชางมินลากเสียงยาว  ก่อนจะเอ่ยคำที่ผมไม่อยากได้ยินเป็นที่สุด

“อย่าบอกนะ!....  ว่านายไม่เคยมีแฟน” จนได้สิน่า จางอูยองเกลียดคำถามนี้ที่สุดดดดด > <

 
.

.

หลังจากนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงหลายตลบ ผมก็เผลอหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้   รู้สึกตัวอีกทีก็..........

 

“อูยองง.ง.ง” เสียงนุ่มทุ้มเสียงเดิม ดังแว่วมาตามลม  ผมกระชับแขนกอดตัวเอง เมื่อรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกรอบๆกาย เส้นขนในกายลุกชันเมื่อความเย็นปะทะเข้ากับตัว

ในหมอกหนาตรงหน้า ผมมองเห็นเงาคนเลือนรางยืนอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก ใคร???.....แล้วเขารู้จักชื่อผมได้ยังไงยิ่งผมพยายามก้าวเดินเข้าไปใกล้เขาเท่าไหร่ ก็เหมือนกับว่าเขายิ่งห่างไกลออกจากผมไปทุกที 

“แฮ่กกๆ หยุดก่อน   ..... รอก่อนสิฮะ .... ค คะ คุณ” ผมหยุดหอบหายใจ แล้วตะโกนบอกคนตรงหน้าที่ผมพยายามก้าวเข้าไปหาเขาเท่าไหร่ ก็ไม่ถึงสักที

 “ทางนี้ จางอูยอง ”  ตรงหน้าผมปรากฏร่างผู้ชายตัวสูง  รูปร่างเพรียวแต่ทว่าดูสมส่วน เขาคือเจ้าของเสียงที่เรียกชื่อผมใช่ไหม?

ผมพยายามเพ่งมองใบหน้าเขาแต่ทำยังไง  ผมก็มองเห็นใบหน้าเขาไม่ชัด ทั้งๆที่เขายืนอยู่ใกล้ๆตรงหน้าเพียงแค่เอื้อมมือถึงเท่านั้นเอง


……………………….

……………………………………

รู้สึกตัวเองอีกที  ริมฝีปากบางของผมก็โดนช่วงชิงโดยริมฝีปากของคนตัวสูงตรงหน้าไปซะแล้ว หนักแน่น แต่ทว่านุ่มนวล และชวนให้เคลือบเคลิ้มได้อย่างน่าประหลาด น่าแปลกที่ผมไม่ได้ผลักไส หรือรังเกียจในรสสัมผัสที่เขามอบให้ ทั้งๆที่เป็นจูบแรกของผม


จูบแรกของผม.....กับผู้ชาย

.

.

.



ลิ้นร้อนลุกล่ำแทรกกวาดช่วงชิงความหวานไปทั่วโพรงปากบาง  มือหนาเลื่อนขึ้นมาสัมผัสแก้มนิ่มคนตัวเล็กแผ่วเบา ในขณะที่มืออีกข้างโอบรอบเอวเล็ก ก่อนที่วงแขนแข็งแรงข้างนั้นจะค่อยๆ กระชับกอดให้แนบแน่นขึ้น จนทั้งสองร่างแนบชิดติดกัน



แรงกอดที่แนบแน่นขึ้น ทำให้ตัวผมจมเข้าไปกับอกอุ่นของเขา กอดที่ดูเหมือนจะรัดแน่นซะจนน่าอึดอัด แต่ผมกลับรู้สึกอบอุ่น ในอ้อมกอดนั้น และก่อนที่ผมจะรู้สึกว่าหมดเรี่ยวแรงไปมากกว่านี้  เขาก็ค่อยๆ ถอนจูบแสนหวานออกอย่างช้าๆ พร้อมกับเอ่ยบางประโยคที่ทำให้หัวใจของผมเต้นรัวยิ่งกว่าเดิม.....


"จางอูยองฉันรอนายอยู่"

"ร รอ ผมเหรอ?"

"รอเพียงนาย"

"ทำไม? แล้วคุณเป็นใคร? "

"นายจะรู้...ด้วยหัวใจนายเอง"

"ผมจะรู้ได้ไง ในเมื่อ"






.

.

.



Rrrr   Rrrr   Rrrr  ~~

มือถือเครื่องจิ๋วส่งเสียงดังลั่นห้องนอน ผมเอื้อมมือควานหาเจ้าต้นตอของเสียงแสบแก้วหู  หยิบมันขึ้นมา ก่อนลุกขึ้นนั่งด้วยความมึนงง แล้วจึงกดรับสายโดยไม่ลืมตามองชื่อที่หน้าจอเรียกเข้า

"&@#AB#~%" เสียงแว๊ดๆของจุนโฮดังลั่นมาตามสาย ทันทีที่ผมกดรับ ไม่ต้องบอกก็รู้ฮะ ว่าอีจุนโฮโทรมาวีนผมด้วยเรื่องอะไร
.

.

.

กว่าจุนโฮจะเลิกบ่นแล้วยอมวางสาย ก็เล่นเอาซะหูผมชา ผมยกมือขึ้นไปที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง เมื่อนึกถึงความฝันเมื่อครู่

"นายจะรู้...ด้วยหัวใจนายเอง"  เขาวางมือแผ่วเบาลงบนอกข้างซ้ายของผม
พร้อมๆกับคำพูดสุดท้ายที่ทำให้หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วของผม เต้นแรงขึ้น

แล้วทำไม?...หัวใจของผมต้องเต้นแรง...

 


..................
..............................



ณ โรงพยาบาล เมืองปูซาน

ชานซองดับเครื่องยนต์ ก่อนหันไปมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้นั่งหน้างอ เอามือกอดอก หันหน้าหนีออกไปนอกกระจกรถ จุนโฮยังคงนั่งกอดอกนิ่งอยู่แบบนั้น ไม่มีทีท่าขยับกายลงจากรถ

เมื่อเห็นแบบนั้นผมเลือกที่จะเงียบ ค่อยๆเปิดประตูรถฝั่งตัวเองออก เพื่อก้าวลงจากรถ แล้วจึงเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งที่คนตัวเล็กนั่งอยู่

"ถึงแล้วครับจุนโฮ"

"..........."

"เดินไม่ไหวเหรอครับ"

".........."   

 

เมื่อเห็นจุนโฮยังนั่งปิดปากเงียบ ผมจึงค่อยๆ โน้มตัวลงไป แล้วเอาสองแขนค่อมตัวเขาเอาไว้ จุนโฮตกใจกับการกระทำของผมจนตาตี่ๆนั้นเบิกโพล่ง สองแก้มของเขาขึ้นสีแดงจนเห็นได้ชัด หน้าของเราสองคนใกล้กันจนผมได้กลิ่นหอมหวานจากแก้มนวลของเขา ยิ่งพอมองใกล้ๆ ใบหน้าขาวนั้นนวลเนียนดึงดูด  จนผมนึกอยากสัมผัส


"ค คุณ !!!"      เสียงจุนโฮดังขึ้นเรียกสติของผมกลับมาได้ทันก่อนที่ความคิดของผมจะเตลิดไปไกล

"ครับ"

"คุณจะทำอะไร?"     จุนโฮเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าผมยังไม่มีทีท่าขยับตัวและสองแขนที่ค่อมระหว่างตัวเขาอยู่ออก ผมอมยิ้มแทนคำตอบ ก่อนค่อยๆปลดสายเบลท์ออกจากตัวจุนโฮ ก่อนเอ่ยถามประโยคที่ทำให้จุนโฮหน้าขึ้นสีแดงมากกว่าเดิม


"นึกว่าคุณนั่งรอให้ผมอุ้ม"

"ขาผมไม่ได้เจ็บนะคุณ"

"เสียดายจัง"

"แล้วคุณก็ถอยไปได้แล้ว"

"เรียกผมชานซองก่อนสิ"  คนตัวสูงต่อรอง พลางลอบมองสีหน้าร่างเล็กตรงหน้า



ไม่ได้ตั้งใจอยากจะแกล้ง แต่ผมอยากได้ยินคนตัวเล็กเรียกชื่อชานซองมากว่าคำว่าคุณ ที่ฟังแล้วดูห่างเหิน ทำให้ผมรู้สึกขัดใจเวลาได้ยิน  (อีหมีแกกับเค้าเพิ่งเจอกันไม่ใช่เหรอยะ อยากหนิทหนมไวจังนะ)



"ทำไมผมต้องทำตามที่คุณบอก"

"ชานซอง"  ผมพูดพลางยื่นจมูกเฉียดเข้าไปใกล้แก้มขาวมากกว่าเดิม

"คนบ้า"  จุนโฮบ่นเบาๆ
.
.
.
"อะไรนะครับ"  ชานซองแกล้งเอาจมูกเฉียดแก้มขาว แสร้งทำเป็นได้ยินไม่ถนัด จนจุนโฮถึงกับสะดุ้งเมื่อรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนที่เป่ารดข้างพวงแก้มนิ่ม


"ช ชา ชานซอง"  จุนโฮเอ่ยเรียกชื่อคนขี้แกล้งตะกุกตะกัก พลางส่งสายตาอ้อนวอน  เหมือนจะบอกเป็นนัยๆว่าให้เลิกแกล้งเขาสักที


ชานซองผละร่างออกจากคนตัวเล็กบนเบาะหน้าอย่างแสนเสียดาย ส่วนคนตัวเล็กนั้นก็แสนว่องไว ทันทีที่เขาถอนแขนที่ค่อมร่างเล็กไว้นั้นออก จุนโฮก็รีบลุกจนแทบจะกระโดดออกมาจากรถ แล้วเดินหนีเร็วๆ เข้าไปในตัวโรงพยาบาล

.

.

.


.

หลังจากวางสายจากอูยอง อีจุนโฮยังคงหน้าหงิกงอจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งทำให้ใบหน้าร้อนผ่าว แต่ถ้าตอนนี้มีกระจกตั้งอยู่ตรงหน้า จุนโฮคงจะมองเห็นว่าใบหน้าตัวเองนั้นกำลังค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบางๆ แบบไม่รู้ตัว

 


......
.............
....................
.........
....
.

 


เวลา 14:55 PM สำนักพิมพ์



ปัง!


"มันต้องแบบนี้"      เสียงพี่ชางมินเอามือตบโต๊ะเสียงดัง จนผมที่กำลังนั่งลุ้นอยู่สะดุ้ง

"ใช่ได้แล้วใช่ไหมฮะฮยอง"

"ดีมากเลยแหละเหลือปรับอีกนิดหน่อย ก็ปิดเล่มเรื่องนี้ได้แล้ว"    ผมฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจที่นิยายจะได้ปิดเล่มสักที

"ปิดเล่มเรื่องนี้ พี่อนุญาตให้นายพักผ่อน เพื่อทำสมองให้ปลอดโปร่ง"  แล้วยิ้มของผมก็หุบลงทันทีเมื่อพี่ชางมินเอ่ยประโยคต่อมา

"แต่พี่มีการบ้านให้นายระหว่างหยุดพักผ่อนด้วยนะ"

"โธ่....ฮยองงง"

..........................
.........
...
.


 

ต้องขอบคุณเขาหรือเปล่านะ   ที่ทำให้ผมเขียนฉากนั้นได้ผ่านฉลุย   แล้วใครกันละที่ผมต้องขอบคุณ? ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยและอยากรู้ขึ้นไปอีกว่าชายในความฝันนั้นคือใคร? สมองของผมมีแต่เครื่องหมายคำถามมากมาย ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมมักจะคิดวนเวียนแต่เรื่องชายปริศนาในฝันคนนั้นทั้งๆที่ผมพยายามไม่เก็บมาใส่ใจ


.......แต่จะไม่ใส่ใจได้ไงกันเล่าก็ในเมื่อเขาเป็นคนขโมยจูบแรกของผมไปนี่น่า >\\\\\<




"นายจะสนใจกันทำไมละอูยองก็ในเมื่อมันเป็นแค่คนในความฝันไม่ใช่เหรอ   นายไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามีตัวตนในโลกแห่งความจริงหรือเปล่า"  จุนโฮออกความเห็นเมื่อฟังเรื่องราวที่ผมเล่าให้เค้าฟังจบ

"ไม่รู้สิ แต่ฉันก็อดสงสัยไม่ได้ ฉันไม่เคยฝันอะไรแปลกประหลาดแบบนี้มาก่อนเลยนะ"

"นายคงเครียดกับการเขียนบท จนเก็บเอาไปฝันก็ได้นะ"

"ฉันก็พยายามคิดว่ามันคงเป็นเหตุผลเพราะฉันเครียดเกินไป แต่เหมือนบางอย่างมันค้านว่าไม่ใช่" อูยองพูดพลางเอามือกุมที่อกซ้ายของตัวเอง



"นายจะรู้...ด้วยหัวใจนายเอง"



บ้าหรือเปล่านะ ที่ตอนนี้ผมอยากให้ท้องฟ้ามืดลงเร็วๆ เพื่อที่ผมหวังว่าบางที คืนนี้ผมอาจจะได้ผมกับเขาอีกสักครั้ง


"แล้วนายกับชานซอง เป็นไงบ้างจุนโฮ"    ผมเปลี่ยนเรื่อง แล้วยิงประเด็นไปเรื่องจุนโฮแทนทันที

"กวนประสาท"

"หะ!"

"นอกจากจากนั้นยังฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง สงสัยฟังออกแต่ภาษาแมว"

"ฮ่าๆ"

"ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะอูยอง เพราะนายนั้นแหละ หมอนั้นถึงได้วุ่นวายกับฉันไม่เลิก"    จุนโฮจะรู้ตัวเองไหม ว่าสีหน้าเจ้าตัวตอนนี้ ขัดกับคำพูดที่เอ่ยออกมาชัดๆ ถ้าผมเดาไม่ผิดเพื่อนผมคนนี้คงกำลังรู้สึกดีๆกับเจ้านายชองกัมอยู่แน่เลยฮะ


"แต่ฉันว่าเขา ดูเหมาะกับนายดีนะ" ผมลองแกล้งพูดยังเชิง


"บ้าน่าอูยอง......อีกอย่าง.........ฉันกับเขาเป็นผู้ชายเหมือนกันนะ"      ประโยคหลังน้ำเสียงจุนโฮดูแผ่วลงพร้อมสีหน้า
ที่แสดงออกว่ากำลังกังวลใจ จุนโฮมีอะไรก็มักแสดงออกมาทางสีหน้าและน้ำเสียง จนผมที่เป็นเพื่อนรักกับเขามานาน
จับสังเกตในความผิดปกติได้ไม่อยาก


"ความรัก ไม่มีเพศหรอกจุนโฮ แม่ฉันเคยบอกว่าความรักเป็นสิ่งสวยงามที่พระเจ้าประทานให้กับมนุษย์พร้อมๆกับโลกใบนี้ แล้วนายก็ไม่ต้องเป็นกังวลถ้าความรักของนายจะมีให้เพศเดียวกัน  เพราะนายเป็นเพื่อนที่ฉันรักมากที่สุด"

"ขอบใจนะอูยอง นายก็เป็นเพื่อนที่ฉันรักและสนิทมากที่สุดเหมือนกัน"


แค่นี้...อีจุนโฮขอแค่คนเพื่อนรักอย่างจางอูยองเข้าใจ เขาก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้วตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาอีจุนโฮว้าวุ่นใจ เพราะไม่เข้าใจว่าความรู้สึกแปลกๆที่เกิดภายในจิตใจมันคืออะไร....แต่วันนี้เขาเข้าใจแล้ว ว่ามันเป็นความรู้สึกดีๆ ระหว่างเขากับฮวางชานซอง  แล้วมันจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักหรือเปล่านั้นปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคตละกัน


"แต่นี่นายนะ ใครบอกว่าฉันรักหมอนั้นกัน"     จุนโฮทำทีเป็นเสียงดังกลบเกลือนความรู้สึกที่เพิ่งเผยหลุดออกมา

"ยังไม่รักหรอ...งั้นนน นายก็ชอบชานซองเข้าแล้วละสิ"     พูดจบผมก็ดีดตัวลุกขึ้น วิ่งหนีลงบันไดลงไปชั้นล่างของบ้านทันที เรื่องอะไรจะอยู่ให้โดนจุนโฮเตะละฮะ เห็นจุนโฮตัวเล็กๆแบบนั้นแต่เตะหนักชะมัด   ผมไม่อยากเสี่ยงด้วยหรอก


.


.


เวลา 20:00 AM ห้องนั่งเล่นบ้านตระกูลจาง
"ผลไม้จ๊ะเด็กๆ" คุณนายจางเดินเข้ามาพร้อมจานที่มีผลไม้สีแดงสดวางอยู่เป็นจุนโฮที่รีบวิ่งถลาเข้าไปรับเอาจานผลไม้ในมือคุณนายจางมาถือไว้ทันที เมื่อเห็นว่าบนจานนั้นเป็นผลไม้โปรดของตัวเอง

"ผมเป็นลูกแม่นะฮะ" อูยองแกล้งทำเสียงน้อยใจทันทีที่เห็นว่าของว่างหลังอาหารเป็นแตงโมของโปรดของจุนโฮ

"ก็จุนโฮนะน่าสงสาร ต้องอยู่บ้านคนเดียวเพราะพ่อกับแม่บินไปติดต่องานที่ประเทศนู้นประเทศนี้บ่อยๆ นี่ลูก"

"แหมแม่ฮะ จุนซูฮยองก็อยู่นะฮะ ใช่ว่าไอ้ตี่นี่อยู่คนเดียวโดดเดี่ยวเดียวดายซะที่ไหน"

"รายนั้นนะหนุ่มสังคม อยู่ติดบ้านซะเมื่อไหร่กันละ ส่วนมากอยู่แต่ที่บริษัท   ขนาดลุงยามที่บริษัทยังเจอหน้าจุนซูฮยองบ่อยกว่าน้องชายอย่างฉันซะอีก   ฉันนะน่าสงสารอย่างที่แม่นายบอกจริงๆนะ"  จุนโฮพูดจบก็แกล้งทำตาปริบๆ พร้อมท่าทางน่าสงสาร จนคุณนายจางอดไม่ได้ที่เอามือลูบหัวทุยๆนั้นเพื่อปลอบโยน


"นายอิจฉาฉันละสิอูด้ง" จุนโฮพูดกระซิบ แล้วเอาไหล่กระแซะเพื่อนแก้มป่อง พร้อมยักคิ้วยียวนให้

"รู้งี้วันนี้ไม่ชวนมานอนด้วยก็ดี ปล่อยให้เหงาตายคาบ้านไปเลย"    ทำท่างอนพร้อมกับสะบัดแก้มป่องๆหนีไปอีกทาง

"โอ๋ๆ ล้อเล่นน่าอูด้ง อะ...อ อา อ้ำ" จุนโฮยืนแตงโมสีแดงสด ป้อนใส่ปากอูยองเป็นการง้อเพื่อนแก้มป่อง


งับ~ งั่ม!!!    

 

"ย่าห์!..นิ้วฉันนะอูด้งบ้า"

"ฮ่าๆ"




คุณนายจางเดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม ปล่อยให้เด็กสองคนเถียงทะเลาะ ง้องอนกันเอาเอง อูยองกับจุนโฮเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเด็กๆ จนกระทั้งพ่อกับแม่จุนโฮย้ายครอบครัวเพื่อไปเปิดบริษัทที่อิลซานบ้านเกิด  ก็ทำให้อูยองกับจุนโฮต้องห่างกันแต่ทั้งคู่ก็ยังคงโทรหากันอยู่เสมอ

 

เมื่อถึงวัยที่ทั้งคู่ต้องเข้าเรียนมหาลัย จุนโฮเลือกที่จะขอกลับมาเรียนที่มหาลัยเดียวกันกับอูยอง   ซึ่งก็นับว่า
เป็นมหาลัยที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆแห่งหนึ่งในเมืองปูซาน ซึ่งนั้นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้พ่อแม่จุนโฮไม่ขัดลูกชายคนเล็ก
แต่ก็ไม่ลืมที่จะให้จุนซูพี่ชายมาอยู่ด้วยเพื่อคอยดูแล จนเมื่อบริษัทเริ่มขยายกิจการเปิดสาขาอีกแห่งขึ้นที่ปูซาน จุนซูก็ยุ่งวุ่นวายจนไม่มีเวลา  ทำให้จุนโฮที่มักเป็นแขกประจำบ้านนี้ กลายเป็นลูกชายคุณนายจางไปอีกคน....


("...............................................")
"อิ่มแล้ว...อาบแล้ว....ใช่ผมกำลังจะนอน"


("...............................................")
"คุณจะรู้ไปทำไมกันเล่า ว่าผมอยู่ที่ไหน"


("....................................................................................................")
"จะมาหาผมทำไม แผลผมก็หายดีแล้ว...แล้วก็ถ้าคุณจะหาผมเจอนะ"


("..................................................................")
"แล้วทำไมผมต้องไปเป็นเพื่อนคุณด้วยละ"

"แค่นี้นะ!!! ผม ง่วง แล้ว"



ผมพูดกดเสียงหนักๆ ในสามพยางค์สุดท้าย  ก่อนจะตัดสายทิ้งอย่างหงุดหงิด ชิ!...คนบ้า ไอ้เราก็นึกว่าเป็นห่วง
เห็นตอนแรกก็ทำเป็นถามดิบดีว่ากินข้าวหรือยัง อาบน้ำหรือยัง จะนอนแล้วเหรอ    แล้วยังมาทำเป็นรู้อีก ว่าไม่ได้อยู่บ้าน
ไอ้เราก็หลงดีใจที่บอกว่าพรุ่งนี้จะมาหา  ที่ไหนได้บอกอยากให้เราไปพบคนสำคัญเป็นเพื่อน

แค่ได้ยินก็ปวดใจแล้ว....คนสำคัญของ ฮวางชานซอง

 


ใครจะอยากจะไปกับนายกันละ  ไอ้บ้าฮวางชานซอง!!!



"พี่ครับ พรุ่งนี้ผมจะพาเขาไปพบพ่อกับแม่แล้วนะครับ แล้วผมจะขอคบกับเขา ... พี่ว่าผมจะโดนเขาปฎิเสธไหมครับ
ถ้าหากว่าคืนนี้ ในฝัน พี่ได้พบพ่อกับแม่ พี่ฝากบอกพ่อกับแม่ด้วยนะครับ ว่าเอาใจช่วยผมด้วย"


เมี้ยว~

 

ชองกัมส่งเสียงร้อง ชานซองจึงลุกออกจากเก้าอี้  เดินตรงไปอุ้มลูกแมวสีเทาตัวน้อยที่อยู่หน้าประตูห้องมาไว้ในอ้อมกอด


"ราตรีสวัสดิ์ครับพี่" กล่าวคำลาคนที่นอนหลับนิ่ง อยู่บนเตียงกว้างสีขาว ก่อนค่อยๆปิดประตูห้องลงแผ่วเบา
.

.

.


 

แสงจากดวงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง กระทบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลา ดุจเทพบุตร แพขนตายาวเหมือนจะค่อยๆ สั่นจากแรงกระพริบของเปลือกตา เรียวปากยักได้รูปค่อยๆยกยิ้มขึ้นน้อยๆ

 

 

 

TBC.

------------------------------------------------------------------------

 

ช่วงนี้ปล่อยจุนโฮ กับอีหมี หวานกันไปก่อนนะค่ะ
เดี๋ยวคุณฮยองออกมา คงได้ลุ้นจนเหนื่อยแน่ค่ะ

สุดท้ายรักรีดเดอร์ที่น่ารักทุกคนเลยค่ะ ^^

เหมือนเดิมค่ะ อ่านแล้วคอมเม้นท์นะค่ะคนดี+++

มัวฟฟฟฟ~   >////<

 

 

Comment

Comment:

Tweet

พี่คุณมาแล้วว ><

#9 By melody (125.26.72.210|125.26.72.210) on 2014-12-03 10:47

แหมหมีแกไวไฟนะ เจอนุงโฮเนี่ย หลงรักเค้าเลยชิมิ แถมชอบแกล้ง มีการเอาจมูกไปเฉียดเค้าซะด้วยนะ
กลิ่นโฮหอมใช่มั้ยล่ะ  แค่เห็นก็หลงรักแล้วนิเนอะ
อ่านไป อ้อ หมีเป็นน้องของพี่คุณ โชคชะตาล่ะสิ ที่พาให้อิพี่ได้มาเจอกันในฝันกะอิน้อง ช่างเป็นคู่สร้างกันมาจิงๆ ต่างคนต่างเจอคู่กันแร้ว

#8 By akehomie12 (124.122.115.246) on 2013-09-10 21:00

โฮจัง...คนสำคัญอาจจะเป็นพ่อแม่อะไรแบบนี้่ก็ได้
หรือว่า...ชานจะเป็นน้องของพี่คุณ
พี่คุณ..รีบมาหาด้งได้แล้วนะ
โฮจังอ้อนน่ารักจังเลย  จับจุ๊ฟที  คิคิ

#7 By kw (103.7.57.18|27.130.174.239) on 2013-06-24 00:01

เด็กแฝดน่ารักจัง เป็นคู่เพื่อนที่เข้าใจกันสุดๆ
ด้งต้องขอบคุณพี่คุณนะ ที่ทำให้นิยายเขียนออกมาดีอะ
โฮนายชอบชานแล้วละซิcry cry

#6 By twilight (103.7.57.18|110.171.110.177) on 2013-05-15 11:23

น้องคุณเป็นเจ้าชายนิทรารึเปล่าน้า
อล้วน้องโฮจะเลิกกลัวชองกัมเมื่อไหร่น้า
ลุ้นๆๆๆๆๆๆ

#5 By Juiilann (103.7.57.18|223.205.69.141) on 2013-04-29 13:08

โอชายปริศนาที่อยู่ในความฝันของอูยองนี่เป็นใครกันนะ อยากเห็นเร็วๆจัง

ส่วนชานกับจุนโฮน่ารักมากๆคู่กัดตลอด แต่ก็แอบมีใจให้ชานแล้วชิมิ อิอิ

แอบสงสัยว่าชานพูดกับใคร?

ขอบคุณมากๆค่า><

#4 By Yuksho (223.206.170.66) on 2012-04-16 18:04

ชานนี่ไวไฟไปมั้ย เจอกันวันที่สองก็จ้องลวนลามนุ้งโฮแล้ว
งี้นุ้งโฮจะปลอดภัยมั้ยนิ >< ชานนี่ทำนุ้งโฮหวั่นไหวแบบนี้ ต้องรีบรับผิดชอบนะนิ

โอ้วว เปิดตัวคุนนี่แล้ว
คุณด้งจะเป็นยังไงต่อล่ะนิ แต่ชานโฮน่ารักจริงจัง ชานนี่รู้มั้ยว่านุ้งโฮกังวลอยู่นิ รีบๆจัดการเร็วๆน้า ชานนี่ คริๆ

ขอบคุณสำหรับฟิคน้าคะ

#3 By bonussen on 2012-04-16 14:39

ที่แท้ก็จะพาไปพบพ่อแม่ชานซองเนี่ยไวไฟจริงๆ

#2 By cat (192.168.1.104, 183.89.117.187) on 2012-03-20 00:17

แหม..น้องหมีไวไฟนะคร๊า เจอกันไม่ทันไรจะพาไปพบพ่อแม่แล้ว คิคิ

ว่าแต่พี่ชายน้องหมีนี่คุณใช่มั๊ย ว่าแต่คุณฮยองเป็นไรอ่ะ

แล้วไปเข้าฝันด้งน้อยได้อย่างไร ต้องติดตาม หุหุ

#1 By khundong (124.120.214.157) on 2012-03-19 22:28