[Fic] Dream(KW,CNN) :5

posted on 23 Mar 2012 17:29 by visaging in Dream

 

Title: Dream 5

Author:Snoww

Paring:2PM  KW,CNN

Rate:PG

 

Snoww Talk : ตอนนี้ฮา บ้า รั่ว โปรดทำใจนะค่ะรีดเดอร์

 

-----------------------------------------------------------------------------

 

ความเดิมต่อที่แล้ว... 

 

ผมเดินทอดน่องช้าๆ ไปตามทางเดินคดเคี้ยวในสวน สายลมเอื้อยๆพัดพาเอาความเย็นและกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้เข้ามาทำให้ผมรู้สึก สดชื่น ผ่อนคลายจนน่าประหลาด ป่านนี้ไม่รู้จุนโฮกับชานซองจะเป็นยังไงกันบ้าง ผมหวังว่าคงไม่เกิดเหตุฆาตกรรมกันขึ้นหรอกนะ คิดถึงสภาพหมอนข้างของผมเมื่อคืนวานที่ถูกจุนโฮทุบเอาทุบเอา แล้วก็สยอง หวังว่าคงโชคดีนะฮะคุณชานซอง

ปล่อยความคิดตัวเองไปเรื่อยเปื่อยกับความเงียบสงบของสวนแห่งนี้  เมื่อผมรู้สึกตัวอีกทีสองขาเล็กก็พาตัวเองเดินมาหยุดอยู่หน้าโรงเรือนกระจก ซึ่งคงไว้ใช้สำหรับเพาะพันธุ์ต้นไม้ดอกไม้ในสวนแห่งนี้ เพราะผมสังเกตุเห็นดอกไม้หลากสีสันภายในโรงเรือนกระจกใสนั้น 

"ใช่แล้ว" ผมพูดกับตัวเอง เมื่อคิดอะไรบางอย่างออก นี่ไงละ "Dream" สวนแห่งนี้สวยงาม ราวกับอยู่ในความฝัน

 

 

 

คิดได้ดังนั้นจางอูยองก็เปิดกระเป๋าเป้หยิบสมุดโน๊ตขึ้นมา แล้วก้มหน้าก้มตาสเก็ตภาพร่างของโรงเรือนกระจกที่ตั้งเด่นอยู่ตรงหน้าด้วยความตั้งอกตั้งใจ จนเมื่อร่างบางเริ่มรู้สึกถึงความเมื่อยล้าจากการเดินไปมุมโน้นที มุมนั้นที เพื่อสเก็ตภาพเก็บรายละเอียดต่างๆ จางอูยองก็ทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น ก่อนจะค่อยๆเอนกายนอนลง แผ่นหลังสัมผัสได้ถึงความนุ่มของต้นหญ้าสีเขียว เปลือกตาบางค่อยๆหลับลงจนปิดสนิท



ถ้าตอนนี้ผมหลับแล้วฝัน ในความฝันนั้น ผมจะได้เจอคุณอีกไหม?

ถ้าเมื่อเดินอยู่ในสวนสวยงามแห่งนี้แล้วเหมือนได้อยู่ในความฝัน เมื่อผมลืมตมขึ้น ผมจะได้พบคุณหรือเปล่า?



ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกเหมือนมีอะไรตกลงมาสัมผัสบนใบหน้า ผมยันตัวลุกขึ้นแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ตอนนี้ปกคลุมไปด้วยเมฆครึ้ม จับก้อนหนาเป็นสีดำทะมึน ก่อนที่เม็ดฝนจะค่อยๆโปรยปรายลงมา สายตาผมมองไปที่โรงเรือนกระจกข้างหน้าอีกครั้ง ที่นั้นคงพอให้ผมได้พักเพื่อหลบฝนได้สักครู่

ส่วนจุนโฮคงไม่ต้องเป็นห่วงเพราะมีชานซองอยู่ด้วย คิดได้ดังนั้นผมเร่งฝีเท้าแข่งกับสายฝนที่ค่อยๆเทกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงยังโรงเรือนกระจก ผมวางกระเป๋าเป้ลงบนโต๊ะไม้ ถอดเสื้อโค๊ทตัวยาววางพาดไว้ข้างๆกัน

แต่เฮ้ยยย สมุดโน๊ต!!!!

ใช่ผมวางมันไว้ข้างตัว ตอนที่ผมเอนหลังนอนเล่นเมื่อกี้ แล้วพอฝนเริ่มตกลงมาผมก็รีบหาที่หลบฝนจนลืมหยิบมันมาด้วย ไม่กลับออกไปเอาก็ไม่ได้ซะด้วยสิ ไหนจะรูปที่เพิ่งสเก็ตไปตั้งหลายรูป แล้วจะยังมีข้อมูลสำคัญจดอยู่ในนั้นอีก เอาว่ะ...เสียดายนี่น่า

เปรี้ยงงง!!!!

เสียงฟ้าฝ่าลงมาดังลั่นกึกก้องไปทั่ว ทำให้ร่างบางที่กำลังจะเตรียมวิ่งออกไปต้องหยุดชะงัก สายฝนยังคงตกกระหน่ำรุนแรง ละอองน้ำฝนฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณจนเกิดเป็นไอความเย็นคล้ายหมอกสีขาวปกคลุม


และ...ท่ามกลางสายฝนที่กำลังตกกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งนั่น...คน!?!


ใช่!!! ผมเห็นชายคนหนึ่งเดินเซไปเซมาช้าๆ ก่อนที่จะล้มลงไป แต่สักพักเขาค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง และยังคงนั่งคุกเข่าก้มหน้านิ่งอยู่อย่างนั้น โดยไม่สนใจสายฝนและเสียงฟ้าร้องคำรามที่ดังกึกก้องอยู่ในขณะนี้  เมื่อเห็นเขานิ่งเฉย ผมเองก็ยืนนิ่งมองเขาบ้างเช่นกัน  จนเมื่อผมเห็นว่าฝนยังคงตกรุนแรงจนมวลอากาศภายนอกเริ่มเย็นขึ้น ความอดทนของผมก็หมดลง

ผมวิ่งฝ่าสายฝนเย็นเฉียบ เพื่อตรงไปยังชายคนนั้น ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่าคนบ้าที่ไหนมานั่งตากฝนทำมิวสิคเป็นคนอกหัก เดี๋ยวได้ปอดบวมตายกันพอดี ... อืม ปวดบวมตาย ..ต ตะ ตาย แล้วถ้านั่นไม่ใช่คนละ!?! เฮ้ยยย!! ไม่ทันแล้วอูด้งเอ๊ย!!!

กว่าจะคิดได้ว่าชายคนนั้นอาจไม่ใช่มนุษย์ สองขาของผมก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว เอาว่ะเป็นไงเป็นกันวิ่งออกมาจนตัวเปียกโชกขนาดนี้แล้วนิ ถ้าคนตรงหน้าเป็นผี ก็ได้เปลี่ยนแนวไปเขียนนิยายสยองขวัญแทนแล้วกันโว๊ยเฮ้ยงานนี้!!!!

"คุณฮะ"

"....."

"คุณเป็นไรหรือเปล่าฮะ"

"....."

ผมคุกเข่าลงข้างหน้าเขา แล้วยืนมือไปแตะบนไหล่เขาช้าๆ อืมม “อุ่น”  ถึงแม้อากาศตอนนี้จะเริ่มเย็นจัด แต่เนื้อตัวชายคนนี้ก็ยังมีไออุ่น ผมถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ชายตรงหน้าผมไม่ใช่ผี เกือบหัวโกร๋นแล้วไหมละจางอูยอง


"นี่คุณ...คุณมานั่งตากฝนอยู่แบบนี้เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะฮะ" จางอูยองใช้สองมือเล็กจับลงบนต้นแขนแล้วเขย่าเบาๆ แต่ชายตรงหน้ายังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่จะเป็นปอดบวมตายกันไปทั้งคู่ เพราะเห็นว่ามัวแต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีแม้คำพูดหรือปฏิกิริยาใดๆตอบสนองกลับมา ร่างบางตัดสินใจคว้าแขนชายหนุ่มขึ้นมาคล้องคอตนเองเอาไว้แล้วพยุงให้ลุกขึ้นพร้อมกัน ชายหนุ่มลุกขึ้นตามแรงประคองของร่างบางโดยไม่มีท่าทีขัดขืน


เมื่อทั้งคู่ลุกขึ้น และยืนประคองข้างกันแบบนี้ ความสูงของชายหนุ่มทำให้ร่างบางของจางอูยองดูเล็กลงไปถนัดตา ทำให้กว่าจะพาคนที่ตัวสูงกว่าเดินฝ่าสายฝนและความเย็นไปถึงโรงเรือนกระจกได้ ก็ทุลักทุเลจนหนาวสั่น

จางอูยองประคองให้ชายหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวยาว ตอนนี้เขาเริ่มมีอาการตัวสั่นเล็กน้อย คงเพราะนั่งตากฝนอยู่นานเกินไป ร่างบางเปิดกระเป๋าเป้ตัวเองก่อนค้นหาอะไรสักอย่าง จนเมื่อเจอสิ่งที่ตัวเองกำลังหาอยู่ก็คว้ามันขึ้นมาแล้วหันไปหาร่างสูงที่ยังคงนั่งก้มหน้า จางอูยองใช้ผ้าขนหนูสีเหลืองอ่อนผืนเล็ก ที่เจ้าตัวมักพกมันไว้ติดกระเป๋าเป้เป็นประจำ ซับลงไปบนใบหน้าร่างสูง

 

 

.

 

 

.

 

 

.

เมื่อความอบอุ่นสัมผัสลงบนใบหน้า พร้อมกลิ่นหอมหวานอ่อนๆที่ลอยมาแตะจมูกโด่ง ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนที่กำลังขะมักเขม้นมัวสนใจกับการเอาผ้าผืนเล็กๆ นั้น ซับตามใบหน้าและลำคอเขาจนไม่ได้สนใจตัวเอง เสื้อสีเหลืองอ่อนเปียกโชกชุ่มไปด้วยน้ำ แนบไปตามเรือนร่าง ผิวขาวบางขึ้นสีซีด ริมฝีปากอิ่มเป็นสีแดงจัด แล้วมือเล็กก็หยุดชะงักลงเมื่อสายตาสบเข้ากับดวงตากลมโตที่กำลังจ้องมอง

จางอูยองรู้สึกว่าจู่ๆ ความร้อนก็วิ่งแล่นขึ้นมาบนใบหน้า จนสองแก้มขาวนั้นแดงซ่าน ดวงตาคู่นั้นเหมือนมีมนต์สะกดทำให้คนที่จ้องมองไม่อาจละสายตาไปจากใบหน้าหล่อเหลานั้นได้ ผมยอมรับว่าตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยเจอใครที่มีใบหน้าหล่อเหลางดงาม และแฝงไปด้วยความหวานอย่างเขามาก่อน

"ขอบคุณ..." เขาเอ่ยคำพูดแรกกับผมด้วยเสียงนุ่มทุ้ม ...พูดได้ด้วย? เห็นปิดปากเงียบตั้งนานไอ้เราก็นึกว่าเป็นใบ้

"ไม่เป็นไรฮะ ว่าแต่คุณชื่ออะไรแล้วทำไมต้องไปนั่งตากฝนอยู่แบบนั้น?" ในเมื่อไม่ได้เป็นใบ้ ผมเลยลองถามดูสักหน่อย

"...."

เงียบกริบ!!!!....อ้าวไอ้หน้าหล่อทีถามดันเงียบ หรือผมจะถามประโยคยาวไป คนเกาหลีหรือเปล่าเนี้ย เอ๊ะ!!!หรือจะไม่ใช่คนเกาหลีเพราะไอ้หน้าหล่อนี่ตาโตผิดปกติ แต่จะว่าไปชานซองก็ตาโตนะ

"...ผมรอเพียงคุณ" เออ...เอาเข้าไป ไอ้คุณหน้าหล่อฮะอยากพูดก็พูด แถมเอ่ยประโยคแปลกๆ ที่ผมฟังแล้วก็ยังคงไม่เข้าใจในความหมาย

.

.

แล้วอะไร เฮ้ยยย!!!!  มาทำตาหวานเชื่อมใส่ นี่กินน้ำตาลเป็นอาหารหรือเปล่า ถึงได้ตาหวานหยอดซะขนาดนั้น แล้ว...ม มะ มือ!?! อะไร? จะเอาอะไรยืนมาทำไมหิวน้ำตาลหรือไง เมื่อกี้กินน้ำฝนไม่อิ่มสินะ

ก่อนที่มือของไอ้หน้าหล่อที่ผมยังไม่รู้แม้ชื่อ จะยืนมาถึงตัวผม "ฟุ๊ปปป!" บนตักผมฮะเต็มๆ




.

 

.

 

.
..........
...............
.....................



สายฝนที่เคยตกกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งเริ่มเบาบางลง ท้องฟ้าที่เคยดำทะมึนก็ค่อยๆสว่างสดใสเหมือนเดิม ร่างบางขยับกายบิดตัวไล้ความปวดเหมื่อย  ผมเผลอหลับไปตอนไหนกันนะ เมื่อกี้ความฝันอีกแล้วใช่ไหม?  ช่วงนี้ฝันอะไรแต่ละอย่างแปลกประหลาดขึ้นทุกที คิดพลางหลับตาลงแล้วสะบัดหัวน้อยๆไล่ความมึนงง

 

ฮึ...คงฝันแหละจางอูยอง ใครมันจะหน้าตาหล่อเหลาปานเทพบุตรอย่างนั้น แต่...ทำไมขาชาๆ หนักๆ???

ตาเรียวมองไปที่เสื้อคลุมตัวยาวของตนเอง ที่คลุมทับบางอย่างอยู่บนตัก ยุกยิกได้ด้วย...อะไร!?!  มือเล็กจับที่เสื้อคลุมก่อนเปิดออกช้าๆ ใบหน้าขาวนอนหลับนิ่งอยู่บนตักของเขา แพขนตายาวและเปลือกตาบางปิดสนิท

 

นี่มัน!!!ไอ้หน้าหล่อเจ้าของใบหน้าหวาน ตากลม ที่เคยมองเขาด้วยสายตาหวานเชื่อม...ไอ้หล่อไม่รู้ชื่อ!!!!!!

.

.

.
"พี่คุณ"

เสียงใครว่ะ... พี่คุณ? ผมก้มลงมองคนบนตัก นิ่ง...ยังคงหลับสนิทสังเกตได้จากการหายใจที่เข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

"อูยอง" เออรู้จักชื่อผมด้วย ... แต่เสียงคุ้นๆนะผมว่า

"อูด้ง!" ชัดฮะเสียงนี้ เรียกชื่อเล่นปานสนิทกันมาแต่ชาติปางก่อน เป็นใครไปไม่ได้...นอกจาก

อีจุนโฮกับฮวางชานซองที่กำลังเดินจับมือกันเข้ามา เมื่อเห็นผมกับไอ้หน้าหล่อ ทั้งสองคนก็ทำท่าตกใจรีบวิ่งตรงมาหาผมทันที แล้วทำไมทั้งคู่ต้องทำสีหน้าตื่นตกใจกันขนาดนั้นด้วย

"พี่คุณครับ" ชานซองเข้ามาแตะตัวเขย่าไอ้หน้าหล่อบนตักผมเบาๆ

"อูด้งนายมาอยู่กับพี่ชายของชานซองได้ไง แล้วนี่ตัวเปียกซกทั้งคู่เลย"

"เหมือนพี่คุณจะไข้ขึ้นนะจุนโฮ"

"ชานซองพาพี่คุณไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเช็ดตัวก่อนเหอะนะ ปล่อยไว้อย่างนี้ผมว่าไม่ค่อยดี"

ผมนั่งเงียบมองซานซองกับจุนโฮคุยกั