[Fic] Dream(KW,CNN) :6

posted on 28 Mar 2012 19:27 by visaging in Dream

Title: Dream 6

Author:Snoww

Paring:2PM  KW,CNN

Rate:PG-13

 

Snoww Talk : ต้องขอโทษรีดเดอร์ก่อนเลยค่ะ ตั้งใจว่าจะรีบปั่นให้เสร็จทันวันพรุ่งนี้

แต่ท่าทางจะไม่เสร็จ เพราะช่วงนี้งานเข้ากระหน่ำ จนอยากจะแปลงร่างเป็นทัศกัณฑ์

ให้มีสักสิบมือยี่สิบมือ จะได้ทำงานพร้อมปั่นฟิคไปด้วย มาแค่40% ก่อนะค่ะ

เรื่องของเรื่องแอบเอามายั่วน้ำลายก่อนนั้นแหละ กลัวรีดเดอร์ลืมไรเตอร์คนนี้

ขอบคุณอีกครั้ง และอีกครั้งสำหรับทุกๆคอมเม้นท์ที่เป็นแรงใจอย่างดีเลยค่ะ

ช้าอยู่ใยทัศนาฟิคโล้ดดดดเด้อคร้ารีดเดอร์ที่รัก

 

 note:ครบ 100% แล้วค่ะ ตอนแรกกะว่าอาจยาวมีเกือบถึง 10 ตอน

แต่ตอนนี้ แต่งไป แต่งมา ชักตัดกระชับสั้นลงเรื่อยๆ คาดว่าอีกไม่เกิน

สองตอน อาจจบแล้วนะค่ะ เรื่องของเรื่องคือกำลังอยากจะเิปิดฟิคเรื่องใหม่

นั้นแหละค่ะ ขอสารภาพ อิอิ

-----------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกปิดผนึกด้วยเทปกาวแถบสีแดง ถูกวางลงตรงหน้าร่างสูงโดยคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ นิชคุณคว้าซองเอกสารขึ้นมาเพื่อเปิดดูสิ่งที่อยู่ภายในด้วยใจที่เต้นรัว ก่อนที่เรียวปากยักได้รูปจะค่อยๆคลียิ้มออก เมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ภายในซองคือสิ่งที่ตัวเองต้องการ

 


"ขอบใจนะมินโฮ" ร่างสูงกล่าวพร้อมส่งยิ้มหวานให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม



"ผมช่วยได้เท่าที่ผมสามารถจะทำให้พี่คุณได้ครับ แล้ว...เขารู้เรื่องนี้ไหมครับ"



"คิดว่าไม่....สำหรับตอนนี้"

 



ท้ายประโยคทั้งคู่หันไปมองคนแก้มป่องที่กำลังนั่งสาละวนอยู่กับกองสมุดหนังสือตรงศาลาริมสระน้ำ แม้นิชคุณจะไม่ได้เล่าอะไรให้เขาฟังมากนัก แต่เขาก็พอจะคาดเดาเรื่องราวได้ไม่ยาก มินโฮไม่แปลกใจเลยว่าจางอูยองใช้อะไรดึงนิชคุณให้ตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายอันมืดมิด



"ทำไมไม่เป็นผมนะ"

 


"พูดอย่างนี้น้อยใจพี่หรือไงเรา"



"อย่างน้อยผมก็เป็นคนผ่าตัดช่วยพี่นะ"

 


มินโฮพูดพร้อมก้มหน้า จนร่างสูงอดไม่ได้ที่จะเอามือลงไปขยี้ผมนิ่มนั่นเล่นเหมือนที่เขาเคยทำบ่อยๆ คนตัวเล็กพยายามปัดป้องมือใหญ่ที่กำลังทำทรงผมที่เขาอุตสาห์จัดแต่งทรงมาเป็นอย่างดียุ่งเหยิง นิชคุณหัวเราะถูกใจที่ทำให้คนยิ้มเก่งอย่างคุณหมอชเวมินโฮหน้าบึ้งได้

 


เขาไม่เถียง...ถ้าเขาไม่ได้ฝีมือการผ่าตัดของมินโฮ วันนี้เขาอาจไม่มีโอกาสมานั่งอยู่ตรงนี้

 



เพราะงั้นเขาต้องขอบคุณคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้สินะ...แล้วต้องตอบแทนด้วยอะไร?


.

 

.

 

.




อูยองเบือนหน้าหนีภาพหวานบาดตานั้น ก่อนคว้าหูฟังขึ้นมาใส่แล้วกดเร่งวอลลุ่มจนดังสุดเพื่อกลบเสียงหัวเราะที่ดังแว่วมา อีกไม่นาน ใช่อีกไม่นาน จะต้องกลับไปทำงานที่สำนักพิมพ์เหมือนเดิม ใกล้ครบกำหนดที่พี่ชางมินให้ลาพักร้อนเพื่อเก็บข้อมูลสำหรับโจทย์นิยายเรื่องใหม่แล้ว อย่าลืมสิจางอูยองนายมาที่นี้เพราะนายต้องการเก็บข้อมูลไม่ใช่หรือไง ถึงกำหนดเมื่อไหร่ก็ไม่มีเหตุจำเป็นที่นายจะต้องมาเยียบที่นี้อีกแล้ว และวันนั้นคนดูแลยามจำเป็นอย่างนายก็คงถูกลืม


.

.

.


มือบางสะกิดต้นแขนคนตัวเล็กที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตาขีดเขียนรูปลงบนสมุดบันทึกเล่มหนา อูยองดึงหูฟังออกก่อนหันไปตามแรงสะกิดก็เจอหมอมินโฮยืนส่งยิ้มหวานมาให้ ทำให้อดที่จะชะเง้อมองหาอีกคนไม่ได้แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียว ก็แสร่งทำสีหน้าเรียบเฉยเมื่อเห็นคนที่ตัวเองกำลังมองหานั่งอยู่ตรงเก้าอี้ริมสนาม


"โทษทีฮะ พอดีเพลงมันดังไปหน่อยเลยไม่ทันรู้สึกตัวเลยว่าคุณหมอเดินมา"


"เก็บข้อมูลไปถึงไหนแล้วครับ"


"ก็พอควรแล้วละฮะ"


"ขอนั่งด้วยคนนะครับ"


"เชิญฮะ"


"เหมือนปาฏิหาริย์นะครับว่าไหม" มินโฮเอ่ยขึ้นพลางหันไปมองนิชคุณที่กำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือปกแข็งสีฟ้าในมือ



"ถ้าคุณหมอหมายถึงอาการของพี่คุณ มันเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่าฮะ ผมไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถทำให้พี่คุณหายจากอาการป่วยได้"


"ทำไมละครับ ในเมื่อหมอกับชานซองพยายามทำทุกทางให้พี่คุณยอมก้าวออกมาสู่โลกความจริง แต่ทำยังไงก็ไม่สำเร็จ แค่ให้ยอมพูดด้วยสักแค่ประโยค หรือสักคำยังแทบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ"


"ถ้าในโลกของนักเขียนนิยายอย่างผมปาฏิหาริย์คงเกิดขึ้นได้ง่ายๆด้วยปลายปากกา แต่ในความเป็นจริงถึงมันจะมีหรือเคยเกิดขึ้นแต่ผมก็ว่ามันมีเปอร์เซ็นต์อยู่น้อย"


"แล้วคุณไม่คิดว่าคุณเป็นหนึ่งในเปอร์เซ็นต์นั่นเหรอครับอูยอง"


"มันไม่มีเหตุผลเพียงพอญาติผมก็ไม่ใช่ เพื่อนสนิทหรือก็เปล่า แทบไม่เคยรู้จักพบหน้าผูกพันกันมาก่อน ผมมองไม่เห็นเหตุผลหรือหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่ว่าในตัวผมเลย"


"ถึงวันนี้คุณอาจยังไม่เห็นแต่หมอว่าไม่นาน" มินโฮพูดพร้อมจ้องเข้าไปในดวงตาเรียวของร่างเล็ก


"ผมคงไม่ทันได้อยู่ดูมันหรอกฮะ" อูยองรีบเสใบหน้ามองไปทางอื่นเพื่อเก็บซ่อนอารมณ์และความรู้สึกแปลกๆภายในใจ


มินโฮเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัยแต่เลือกที่จะไม่เอ่ยถามออกไป เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องเข้าไปยุ่ง สู้ปล่อยให้อะไรค่อยๆดำเนินไปตามเรื่องราวของมันดีกว่า หน้าที่เขาคือยืนดูสิ่งที่มันเกิดขึ้นเท่านั้น แต่เชื่อเถอะเปอร์เซ็นต์เดียวที่ทำให้เกิดปาฏิหาริย์มันมาจากคนตรงหน้าเขาแน่นอน

.

.

.

 


หมอมินโฮกลับออกไปนานแล้วแต่ทว่าร่างสูงยังคงนั่งจมอยู่กับหนังสือเล่มเดิมในมือ อูยองตัดสินใจเดินเข้าไปหานิชคุณเพราะนี่เลยเวลาอาหารเที่ยงมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว เขาเห็นป้าแม่บ้านเดินวนออกมาอยู่หลายรอบ แต่ไม่ยักกะเข้าไปเรียก ชานซองเคยบอกเพียงแค่ว่านิชคุณเป็นคนดุ แต่ไม่คิดว่าแค่เรียกให้ไปทานข้าวทำไมต้องทำท่าเกรงกลัวกันถึงขนาดนั้น แล้วก็คงไม่พ้นที่เขาจะต้องเข้าไปจัดการให้เหมือนทุกครั้ง เมื่อเช้าเสียแก้มให้หอมเที่ยงนี้ต้องแลกกับอะไรอีกละ?




.

.

 


ร่างบางเดิมหน้ามุ่ยทำปากขมุบขมิบมาตลอดทาง ไม่ใช่ว่าตอนนี้นิชคุณไม่หิว ก็เคยบอกแล้วว่าถ้าเขาจะกินก็ต้องให้อูยองป้อน แล้วใครใช้ให้คนตัวเล็กไม่สนใจเขาเมื่อเช้า อยู่ดีๆก็วางช้อนแถมยังรีบลุกหนีออกจากตักเขาไปดื้อๆ ทำให้เขาอดกินข้าวต้มมื้อเช้าไปโดยปริยาย ถ้าไม่ติดว่ามินโฮเดินเข้ามาแล้วเขามีธุระสำคัญที่ต้องคุย จะตามไปจับตัวมาแล้วหอมแก้มขาวๆนั้นให้ช้ำ



"ไม่หิวเหรอฮะ"



"แล้วอูยองละ"



"ผมถามพี่คุณก่อนนะ"



"หิว...แต่รออูยอง...ป้อน"




นิชคุณตอบอย่างเอาแต่ใจ ทำให้คนตัวเล็กได้แต่ยืนหน้าแดงไม่รู้ว่าเพราะความอายหรือเพราะอารมณ์โกรธกันแน่ แต่ถึงเถียงไปก็ไม่มีทางชนะไม่เคยชนะได้สักครั้งต่างหาก จางอูยองจึงได้แต่หันไปพยักหน้าเป็นสัญญาณรู้กันกับป้าแม่บ้านที่คอยยืนรับคำสั่งอยู่ห่างๆ


.

.

.

.



ปกติเคยได้ยินแต่สำนวณกินข้าวคำน้ำคำไม่ใช่เหรอ แล้วผู้ชายบ้านนี้ไปเอาสำนวณบ้าบอนี้มาจากที่ไหน!?!


 


ฟอดดดด~  "อร่อยจัง"


 


"อูยองพี่คุณหิวน้ำ" ฟอดดดด~


 

 


และอีกหลาย ฟอดดดดดดด ฟอดดดดดดดดดดด ฟอดดดดดดดดดดดดด~  >\\\\\\\<

.

.

.

โรงเรียนไหนสอนห๊ะ!!!  เขาจะไปเผามันทิ้งงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กว่าจะป้อนข้าวเด็กโข่งหมดจาน จางอูยองอยากจะเอาหัวมุดโถวหมักกิมจิหนีความอับอายยิ่งนัก ขนาดบอกว่าขอเวลาทานข้าว พี่คุณยังทั้งดื้อทั้งร้ายกอดหอมไม่ยอมปล่อย ถ้าไม่ติดว่าเพิ่งหายป่วยจะเอามือฟาดแขนลงไปหนักๆสักทีสองทีโทษฐานชอบเอาแต่ใจ แต่ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องยอมให้ถึงขนาดนี้ ส่วนมากมีแต่คนมายิกแก้มหยอก ไอ้หอมกอดจากผู้ชายอื่นที่ไม่ใช่คนใกล้ชิดสนิทเนี้ยคนแรก....นิชคุณคนแรกกกกกก

 



ถ้าไม่นับ...จูบแรกที่ไม่มีวันลืมเลือน

 



"อย่าไปอีกนะ"


"...."


"อย่าเดินหนีกันไปแบบเมื่อเช้าอีก"

 


น้ำเสียงนุ่มทุ่มและท่าทางน่าสงสารเหมือนเด็กหลงแม่แบบนี้ละมั้งที่ทำให้จางอูยองใจอ่อนยวบยาบจนต้องยอมซะทุกครั้งไป แต่จะให้บอกได้ไงว่าเมื่อเช้าแค่เห็นหมอมินโฮเดินมา ร่างกายเขามันก็ขยับลุกหนีไปเอง ไม่ได้งอนนะ ไม่ได้งอนจริง จริ๊งงงงงงงง

 

"พี่คุณก็เลิกแกล้งผมสักทีสิฮะ"


"พี่ไม่เคยแกล้งอะไรอูยองเลยนะ"


หื้มมมมม!!! ไม่เคยแกล้งแล้วไอ้มือปลาหมึกหนุบหนับแถวๆเอวเนี้ยจงใจว่างั้นพ่อนิชคุณณณณ


"มีแต่อูยองแหละใจร้าย"


"ตะ ตรง ตรงไหนฮะพี่คุณ!" คนตัวเล็กหันมามองหน้าคนพูดที่นั่งอยู่ข้างๆแทบไม่ทัน

 

 


โถๆๆๆๆ พี่คุณณณณณ หลังจากอิ่มหนำไปกับมื้อเที่ยงและแก้มขาวๆของอูยองพร้อมเสริฟแล้ว ยังจะมาหาว่าใจร้ายอีก นี่ถ้ารู้ว่าอีกไม่กี่อาทิตย์ต้องกลับไปทำงาน จนไม่มีเวลาว่างแวะมาดูแลอย่างเคย จะงอแงขนาดไหน แต่ยังไงก็ต้องบอกไว้ก่อนใช่ไหม ไม่อยากโดนข้อหาใจดำเป็นกระทงที่สอง


 



...แต่จะบอกยังไงดีละ!?!





"ตรงนี้..." นิชคุณพูดพร้อมเอานิ้วชี้จิ้มไปข้างแก้มของตัวเอง "อูยองใจร้ายกับพี่คุณม๊ากมาก พี่คุณหอมแก้มอูยองไปตั้งหลายรอบแล้ว แต่อูยองไม่ยอมหอมแก้มพี่คุณคืนบ้างเลย"


"ห๊ะ!!!" อูยองได้แต่อ้าปากค้างกับความเอาแต่ใจสุดๆของคนพี่ น่าจะเปลี่ยนกิตติศัพท์จากคำว่าดุ เป็นดื้อ...ด้านแทนดูจะเหมาะสมกว่าเยอะ


"ใจร้าย ใจร้าย จางอูยองใจร้าย ใจร้าย"


"....." หืมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!


"ใจร้าย ใจร้ายที่สุด!"


"โอเคฮะ" อูยองรีบพูดขึ้นก่อนที่ร่างสูงจะทิ้งตัวลงไปนอนดิ้นทำท่าเหมือนเด็กอยากได้ของเล่น ไม่ใช่ว่าอยากตามใจเพียงแค่ว่ามันดูขัดลูกตา ที่คนตัวโตส่วนสูงกว่า 180 จะลงไป