[Fic] Villain (วายร้าย) 7 (KW,CNN,TS)

posted on 15 May 2012 09:09 by visaging in Villain

Title: Villain (วายร้าย) 7  
Author: Snoww
Paring: 2PM - KhunWoo/ChanHo/TaecSu
Rate: PG13



--------------------------------------------



เนิ่นนาน...เสียจนลืมไปแล้วว่าอ้อมกอดอบอุ่นที่แท้จริงเป็นยังไง?


หลังจากที่ปล่อยให้ความเงียบโรยตัวเกาะกินอยู่นาน ร่างสูงจึงเริ่มขยับตัวเคลื่อนไหว ใบหน้าคมเข้มเงยขึ้นจากวงแขนช้าๆ หยดน้ำตาบนใบหน้าเหือดหายคงเหลือทิ้งไว้เพียงแค่คราบรอยเส้นทางจางๆ ที่บ่งบอกว่ามันเคยไหลกลิ้งผ่านบนใบหน้านั่น นับจากวันนั้นชานซองพร่ำบอกตัวเองเสมอว่าจะขอจองเวรคนที่พรากอ้อมกอดแสนอบอุ่นไปจากเขา เพราะความไว้ใจที่แม่มีให้เพื่อนสนิทที่รักมากที่สุดจึงไม่แปลกถ้าแม่จะถูกหลอกให้ตายใจ

"ชานซอง~"

เพียงเสียงเรียกชื่อเอ่ยขึ้น ทำให้ชายหนุ่มเพิ่งรู้สึกตัวว่าบนหลังมือหนายังมีความอบอุ่นที่กอบกุมอยู่ ใบหน้าหวานจ้องมองด้วยแววตาที่สื่อออกมาว่าห่วงใยอย่างเปิดเผย ม่านน้ำตาใสเอ่อคลอบนขอบตาเรียวเหมือนว่ามันพร้อมที่จะหยดหล่นกระทบแก้มเนียนได้ทุกเมื่อ

"บอกฉันหน่อยสิจุนโฮว่านายจะทำยังไงถ้านายโดนคนที่ไว้ใจที่สุดแอบแทงข้างหลัง"

"ฉั น...."

"เพื่อนรักเขาทำกันแบบนี้หรือไง แม่ฉันรักและไว้ใจแม่นายขนาดไหนแต่ทำไมแม่นายยังทรยศหักหลังเพื่อนกันได้ลงคอห๊ะ!!!"

"ฉันขอโทษ...ช ชาน..ฮึก~"

"แค่คำขอโทษนายคิดว่ามันเพียงพอที่จะทดแทนกับชีวิตแม่ฉันทั้งชีวิตไหม"

"ไม่มีใครอยากให้เรื่องราวมันเป็นแบบนี้ แม่ฉันไม่ได้ตั้งใจ" เสียงเล็กทั้งสั่นทั้งแหบพร่ามือบางจับบีบลงบนหลังมือใหญ่อย่างวอนขอความเห็นใจ

ชายหนุ่มสะบัดมือร่างบางออกแล้วเบือนใบหน้าหนีเพราะไม่อยากทนเห็นหยดน้ำตาที่กำลังไหลอาบใบหน้าขาว แต่ถึงอย่างนั้นเสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาที่ลอยเข้ามากระทบโสตประสาทก็บีบเคล้นหัวใจของชานซองแน่นเสียจนรู้สึกอึดอัด

"ฉันไม่อยากเห็นหน้านายจุนโฮ"

"...."

"ลงไปก่อนที่ฉันจะควบคุมตัวเองไม่ได้แล้วเผลอฆ่านายทิ้ง"

"ฮึกก~"

"ลงไป!!!" ตวาดออกไปด้วยเสียงทั้งหมดที่มี แล้วกดปลอดล๊อคประตูให้ร่างบางโดยที่ยังคงแข็งใจไม่หันไปมองตามเสียงสะอื้นไห้ที่เริ่มรุนแรงและดังขึ้น


กลัว...เกิดคำนี้ขึ้นในใจชานซอง ไม่ได้กลัวว่าจะเผลอควบคุมตัวเองไม่ได้จนทำร้ายร่างบางอย่างที่กล่าวออกไป แต่กลัวว่าหยดน้ำตาใสบนใบหน้าหวานนั้นจะทำให้เขาต้องใจอ่อนจนอดคว้าตัวจุนโฮเข้ามากอดปลอบไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่อยู่ใกล้ร่างบางเขาแทบลืมเรื่องราวความเจ็บปวดที่ฝั่งแน่นอยู่ในอกจนต้องคอยตะโกนพร่ำบอกตัวเองอยู่เสมอว่าเขากำลังทำอะไรและอีจุนโฮอยู่ข้างเขาในฐานะอะไร


เชลย...หรือตัวหมากที่ใช้เดินในเกมการแก้แค้น แล้วเขาจะต้องใส่ใจความรู้สึกอีจุนโฮไปทำไม!?!

 


เพียงแค่เสียงประตูรถถูกปิดลง รถเก๋งสีดำก็พุ่งทะยานแล่นกลับไปบนถนนเส้นหลักอีกครั้งด้วยความเร็ว ร่างบางยืนตัวไหวสั่นโอนเอนเพียงลำพังอยู่ริมทาง สองแขนโอบกอดตัวเองแน่น ก่อนที่สองขาเล็กจะเริ่มก้าวเดินไปตามริมทางเท้าช้าๆ อย่างเลื่อนลอยไร้จุดหมาย


จนเมื่อรู้สึกว่าอ่อนแรงที่จะก้าวเดินต่อ จุนโฮเลือกที่จะทิ้งตัวลงนั่งริมแม่น้ำที่ไหนสักแห่งปล่อยให้น้ำตาไหลหยดลงบนใบหน้าต่อไปเหมือนสายน้ำที่ไหลเอื่อยอยู่เบื้องหน้า สายลมพัดผ่านเป่าเช็ดหยาดน้ำตาบนใบหน้าหวานแผ่วเบาเหมือนต้องการจะช่วยปลอบโยนผ่อนคลายความเศร้า แต่ไม่ว่าสายลมจะพัดปาดหยดน้ำตาบนใบหน้าออกไปเท่าไหร่ หยดน้ำใสเล็กๆก็จะค่อยๆกลั่นตัวเอ่อคลอจนไหลท่วมท้นแก้มขาวจนเปียกปอนใหม่ทุกครั้ง



"จุนโฮ!!!"


ชายหนุ่มผิวเข้มวิ่งปราดเข้ามาจับไหล่ร่างบางแผ่วเบา สีหน้าร่างสูงตื่นตระหนกนัยน์ตาสีนิลทอดมองใบหน้าหวานที่เลอะเปรอะโชกชุ่มไปด้วยคราบน้ำตาด้วยความห่วงใยและไม่เข้าใจอยู่ในที ว่าทำไมเพราะอะไรอีจุนโฮถึงได้มานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้เพียงลำพัง ทว่าเพียงแค่อ้าปากเพื่อจะเอื้อนเอ่ย ดวงตาเรียวฉายแววเจ็บปวดออกมาจนรู้สึกและสัมผัสได้  แทคยอนเดาว่าความเจ็บนั้นคงบาดลึกกัดกินใจจนเป็นสาเหตุให้จุนโฮนั่งเหม่อลอยที่เดิมอยู่นานจนไม่ได้ยินแม้เสียงตะโกนเรียกชื่อ แทคยอนจึงเลือกที่จะนั่งลงข้างๆจุนโฮอย่างเงียบเชียบ ทำแค่เพียงโอบไหล่ร่างบางเพื่อให้ศีรษะกลมเอนพิงซบลงบนไหล่หนาเพื่อหวังเพียงแค่ช่วยบรรเทาความร้าวราน



"แก้วใบโปรดที่ผมชอบและรักมากที่สุด ครั้งหนึ่งมันเคยร่วงหล่นจนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แต่ผมก็ยังดันทุรังเก็บกลับมาประกอบติดมันเข้าไปเหมือนเดิม ถึงแม้ว่ามันจะไม่สามารถใช้งานได้แต่อย่างน้อยก็ยังรู้สึกดีที่ได้มองเห็นแก้วที่ผมรักใบเดิมยังคงวางตั้งอยู่ แต่วันนี้กาวใจที่ผมพยายามเชื่อมติดมันไม่เหนียวแน่นคงทนพอที่จะผสานรอยร้าวได้ แก้วใบนั้นจึงแตกออก"


"..."


"ผมพยายามแล้วที่จะหยิบมันขึ้นมาประกอบติดเข้าไปใหม่อีกครั้งแม้ว่ารูปทรงจะยิ่งบูดเบี้ยวมากกว่าเดิมก็ตามที แต่เพียงแค่เอื้อมมือสัมผัสแตะต้องเศษแก้วชิ้นเล็กๆที่ผมมองไม่เห็นมันบาดทิ่มเสียจนปวดแปลบทั่วมือไปหมด"


แทคยอนหันไปมองร่างบางที่พิงซบอยู่ตรงไหล่ หยาดน้ำตายังคงไหลออกมาจากหางตาเรียวหยดลงกระทบแขนเสื้อชายหนุ่มจนชุ่มชื้น ฝ่ามือหนาเลื่อนขึ้นไล้บนแก้มเนียนแผ่วเบาก่อนที่ปลายนิ้วโป้งจะปาดเช็ดหยดน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยน


"ก่อนอื่นจุนโฮต้องหยุดร้องไห้ซะก่อน เพราะว่าหยดน้ำตาที่เรามองเห็นว่ามันใส แต่จริงๆแล้วเพียงแค่มันเอ่อคลออยู่บนดวงตาเรา มันก็สามารถบดบังการมองเห็นของเราได้ แต่ถ้าจุนโฮจะร้องไห้ฮยองขอให้จงใช้ประโยชน์กับมันแทน"


"ใช้ประโยชน์?" ใบหน้าหวานแหงนมองร่างสูงด้วยสายตาไม่เข้าใจ กับประโยคที่ว่าให้ใช้ประโยชน์กับน้ำตาแทน ในเมื่อจุนโฮไม่เคยเห็นว่าน้ำตาจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์อะไรได้ แม้กระทั้งร่างกายยังขับออกทิ้งปล่อยให้มันไหลหยดออกมาจากร่างตั้งแต่แรกเกิดด้วยซ้ำ


"ล้างตา...ด้วยน้ำตา เพื่อที่จะมองเห็นโลกและความเป็นจริงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น วันนี้ถ้าจุนโฮร้องไห้จนคิดว่าเพียงพอแล้ว ลองเพ่งมองไปที่กองเศษแก้วใหม่ ฮยองคิดว่าเราคงมองมันได้ชัดและมีสติมากขึ้นกว่าเดิมจนเศษแก้วชิ้นเล็กๆที่เรามองไม่เห็นในคราวแรกไม่อาจทิ่มแทงนิ้วให้เราต้องเจ็บปวดอีก"


นี่นะเหรอประโยชน์ของน้ำตา ที่ไม่ใช่เครื่องหมายแสดงความอ่อนแอหรือเรียกร้องความสนใจอย่างที่ใครๆเคยนิยาม แต่ใช้เพื่อล้างดวงตาที่กำลังขุ่นมัวให้สามารถมองเห็นความเป็นไปของชีวิตให้ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าเดิม



"หิวแล้วละเด็กขี้แย เพิ่งถ่ายแบบเสร็จกะว่าจะแวะหาอะไรกินแต่เผอิญเห็นแมวน้อยท่าทางคุ้นตานั่งเหม่อจ้องสายน้ำอยู่ ตะโกนเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ขยับเลยต้องจอดรถวิ่งลงมาดูไอ้เรารึ ก็นึกว่าแมวน้อยจะกระโจนลงไปจับปลาตัวโตๆ เห็นนั่งจ้องเพ่งอยู่นานที่ไหนได้"


"ขอโทษครับแทคฮยอง~" ร่างบางก้มหน้าจนคางแทบชิดอก เมื่อรู้สึกว่าตัวเองรังแต่จะคอยเป็นภาระให้คนอื่นตลอดเวลา


ชายหนุ่มอมยิ้มกับท่าทางใสซื่อบริสุทธิ์ของจุนโฮ ที่แค่แกล้งบ่นเข้าหน่อยก็ทำหน้าสำนึกผิดจนเหมือนว่าเรื่องที่เขาบ่นจุนโฮเป็นคนทำผิดขึ้นมาจริงๆ ในเมื่อแท้จริงแล้วตัวแทคยอนเองนั้นแหละที่หยุดรถลงมานั่งเป็นเพื่อนร่างบางเองแท้ๆ


แทคยอนลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือออกไปให้ร่างบาง พยักหน้าพร้อมระบายยิ้มจริงใจออกไปให้ จุนโฮมองหน้าร่างสูงแล้วจึงยกมือเล็กขึ้นวางลงบนฝ่ามือใหญ่ที่ยื่นแบออกคอยรับจับอยู่เบื้องหน้า ก่อนที่แทคยอนจะคอยๆฉุดร่างบางให้ลุกขึ้นยืนช้าๆ


.

.

.


ชานซองเดินวนไปวนมาภายในห้องด้วยใจที่ร้อนรน มือหนายังคงบีบกำเนคไทเส้นบางในมือแน่นส่วนมืออีกข้างก็ถือโทรศัพท์เครื่องเล็กติดมือไม่ปล่อย จนเมื่อรู้สึกว่าหงุดในสิ่งที่ตัวเองเป็นเหลือกำลังจึงปาเนคไทลงบนพื้นด้วยความโมโห ก่อนที่จะชะงักแขนอีกข้างไว้ได้ทันไม่เผลอปามือถือในมือทิ้งตามลงไป ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาก่อนเอนหลังพิงพนักด้านหลังด้วยความหว้าวุ่นใจ


ร่างสูงกุมขมับตัวเองเมื่อรู้สึกว่าภายในสมองมันเจ็บหนึบเหมือนโดนกดบีบเสียจนปวดร้าวไปทั่วศีรษะลามไล่ลงมาถึงกระบอกตา ยิ่งครุ่นคิดถึงจุนโฮเท่าไหร่เสียงในหัวก็จะดังก้องแย้งขัดกับความเป็นห่วงที่มีต่อร่างบาง เหมือนเป็นการลงโทษและเตือนย้ำว่าถ้าเมื่อใดที่เริ่มรู้สึกดีๆกับจุนโฮ ชานซองก็จะต้องแลกกับความเจ็บปวดที่ปล่อยให้ความรู้สึกในส่วนลึกของตัวเอง บังอาจเด่นนำความรู้สึกเครียดแค้นที่มี


จนเมื่อรู้สึกว่าความปวดร้าวมันเกาะกินจนเหมือนจะกดบีบสมองให้แตกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างสูงจึงยันกายเดินเซไปที่โต๊ะหนังสือเพื่อคว้าขวดยาที่เก็บแอบไว้ในลิ้นชักโต๊ะขึ้นมาก่อนจะพยายามหมุนเปิดฝาขวดด้วยมือที่เริ่มสั่นเทา


ยาสีขาวๆ ถูกเทลงบนฝ่ามือ 2-3 เม็ด ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนตำแหน่งให้ลงไปอยู่ในปากและไหลวนหายไปตามลำคอด้วยแรงน้ำที่ยกดื่ม ชานซองวางแก้วน้ำลงแล้วเดินเกาะพยุงตัวเองไปตามเก้าอี้จนถึงโซฟาช้าๆ ด้วยเรี่ยวแรงและสติที่มี นั่งหอบหายใจแรงเมื่อความปวดร้าวในหัวทำให้รู้สึกว่าร่างกายเหนื่อยล้าจนเริ่มหายใจติดขัด


แต่เพียงแค่เสียงกดกริ่งหน้าห้องดังขึ้น เรี่ยวแรงที่รู้สึกว่าเหมือนกำลังจะหมดลงกลับเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ ร่างสูงกระวีกระวาดลุกขึ้นตั้งตัวเองให้ยืนตรง ก่อนบังคับแรงขาเพื่อเดินให้ตรงทางไปยังหน้าประตูห้อง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนพยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉยปกติ เพื่อหวังเพียงแค่ยามเปิดประตูออกจะได้เห็นใบหน้าหวานที่เฝ้ารอกลับมาด้วยความปลอดภัย


"เซอร์ไพรส์ค่ะที่รัก" หญิงสาวรูปร่างเพรียวบางสมส่วน ในชุดเดรสสีแดงรัดรูปโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งดูแล้วเซ็กซี่ยืนส่งยิ้มมาให้จากหน้าประตู

"ฮยอนอา!"


ริมฝีปากอิ่มที่ถูกวาดฉาบด้วยลิปสติกสีแดงสดตัดกับใบหน้าที่ตกแต่งด้วยเครื่องสำอางค์หนายกยิ้มอย่างพอใจเมื่อคิดว่าที่ร่างสูงแสดงสีหน้าตื่นตกใจเพราะตะลึงทึ่งในความงามของตัวเอง นิ้วเรียวยกขึ้นทาบวางลงบนริมฝีปากยักของร่างสูงก่อนจะลากไล้ลงมาตามลำคอหนาแล้วเกี่ยวดึงคอเสื้อชายหนุ่มให้โน้มตัวลงมาเพื่อรับจุมพิตที่ยืนส่งให้ช้าๆ เมื่อถูกยั่วยุด้วยจูบเร้าร้อนอีกทั้งผิวกายนุ่มนิ่มที่แทรกเบียดเข้ามาทำให้ชานซองเผลอตัวปล่อยใจไปกับสัมผัสที่ปลุกปั่นรุกเร้าอารมณ์จากหญิงสาว



จุนโฮรู้สึกเหมือนถูกตบแรงๆที่ใบหน้าจนชาแปลบ เมื่อสองร่างที่เกี่ยวกอดป้อนจูบค่อยๆผลุบหายเข้าไปในห้องพร้อมๆกับที่บานประตูถูกปิดสนิทลง ร่างบางก้