[OS] Stop Stop it! {Got7-MarkNior}

posted on 27 May 2016 17:50 by visaging in Got7

Title : [OS] Stop Stop it!

Author : Snoww

Paring: MarkNior-Got7

Rate: PG ใสๆ

 

---------------------------------------------------------------

 

เสียงนาฬิกาปลุกที่แผดร้องบาดแก้วหูและแสงสว่างของดวงอาทิตย์ที่ส่องผ่านกระจกบานใสของเช้าวันใหม่ เป็นสิ่งรบกวนที่ผมเกลียดที่สุดในชีวิต!

 

ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างหงุดหงิดก่อนตวัดผ้าห่มขึ้นคลุมร่างแล้วซุกใบหน้าขาวๆ เข้ากับหมอนหนุนด้วยหวังว่ามันจะช่วยซ่อนตัวเขาจากสิ่งรบกวนของยามเช้า

 

แต่ทว่า...ผมกลับลืมสิ่งรบกวนอีกสิ่งไปเสียสนิท!

 

เสียงฝีเท้าหนักๆ หยุดลงข้างเตียง “ลุกได้แล้ว” ตามมาด้วยประโยคคำพูดที่เน้นน้ำเสียงค่อนไปทางออกคำสั่ง ถึงแม้มันจะฟังดูแผ่วเบา แต่ผลที่ได้กลับทำให้ร่างขาวที่กำลังซุกซ่อนตัวอยู่ในผืนผ้าห่มเด้งตัวลุกขึ้นนั่งแทบทันที โดยไม่ต้องรอให้ผู้มาเยือนเอ่ยประโยคเดิมเป็นครั้งที่สอง  

 

มาร์ค ต้วน คือสิ่งรบกวนที่ปาร์คจินยองเกลียดมากกว่าอะไรทั้งหมด!!!

 

 

.

.

.

 

“เพราะเลือกกินแบบนี้ไงถึงได้ป่วยบ่อย”

 

ประโยคเชิงตำหนิของคนที่นั่งอยู่ด้านข้างช่วยหยุดมือของคนที่กำลังใช้ช้อนเขี่ยแยกอาหารในจาน คิ้วเรียวขดขมวดเข้าหากันจากความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัว “ก็กลิ่นมันแรง” จินยองตอบโดยที่ไม่คิดจะหันสบมองใบหน้าของคนที่เปิดประเด็นเรื่องการกินของเขา “แล้วต้องกินของแบบนี้แต่เช้า” กระเทียมที่ถูกคัดแยกในจานถูกร่างบางใช้ส้อมจิ้มขึ้นมาพร้อมกับเบ้ปากเล็กน้อย “ลมหายใจจะมีแต่กลิ่นกระเทียมทั้งวัน ไม่เอาด้วยหรอก”

 

ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มบางๆ ก่อนใบหน้าคมจะจงใจเลื่อนเข้าใกล้ร่างของคนที่อยู่ด้านข้าง “งั้นหรอ?” คำถามที่ถูกกระซิบข้างใบหูของร่างขาว

 

ลมหายใจอุ่นที่รินรดอยู่บริเวณข้างพวงแก้มทำให้ร่างบางต้องหยุดนิ่งการเคลื่อนไหวของตนเองราวกับเป็นอัมพาต แผ่นหลังของปาร์คจินยองตั้งตรงโดยอัตโนมัติเมื่อยังคงรู้สึกว่าใบหน้าของมาร์คยังไม่ถอยห่างออกจากข้างใบหน้าของเขา “อืม! ใช่” คำตอบที่ถูกเอ่ยอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงเท่าไหร่นัก “ถ้าปากว่างมากนักนายก็กินเองเลยสิ” จินยองทำได้เพียงแค่เหล่สายตามองปฏิกิริยาร่างข้างๆ ขณะเลื่อนอาหารกลิ่นฉุนในมือให้คนที่เอาแต่ตั้งประโยคคำถาม

 

“แต่ฉันว่าไม่จริงนะ” คำถามยี่ยวนยังคงถูกกระซิบข้างๆ ใบหูขาว ก่อนที่ข้อมือของร่างบางจะถูกฝ่ามือร้อนจับดึงออกจากเส้นทางกีดขวาง เพื่อที่ใบหน้าหล่อเหลาจะได้เคลื่อนขยับให้อยู่ในระดับสายตาของจินยองแทน

 

ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างเพียงแค่ลมหายใจกั้นพร้อมกับดวงตากลมโตที่จดจ้องมาอย่างไม่ลดละ ทำให้ริมฝีปากบางต้องขบเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า นัยน์ตาซุกซนของมาร์คเป็นอีกสิ่งที่จินยองขอเพิ่มให้เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่เขาเกลียด “ต้องจริงสิ” แผ่นหลังเล็กเลือกที่จะเอนพิงลงกับพนักเก้าอี้เพื่อหวังว่ามันจะช่วยเว้นช่องว่างเพิ่มความห่างระหว่างร่างของเขาทั้งสอง แต่ทว่าท่อนแขนของอีกคนที่วางพาดไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ทำให้ร่างของจินยองต้องสะดุ้งเบาๆ “ย่าห์! แล้วทำไมต้องจ้องหน้าใกล้ขนาดนี้ด้วย”

 

“ไม่จริง เห็นมั้ย” มาร์คปรับเอียงใบหน้าตัวเองเล็กน้อยขณะกลั้วเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ไม่ยอมที่จะให้ช่องว่างระว่างตัวเขาและจินยองเพิ่มมากขึ้น “แล้วที่ต้องใกล้ก็เพราะ..”

 

ปาร์คจินยองลอบกลืนน้ำลายลงในลำคอเล็กน้อย ดวงตาเรียวสบมองเข้ากับแววตาพราวระยับของคนตรงหน้าอย่างตื่นๆ เมื่อใบหน้าหล่อเหลาดูเหมือนจะค่อยๆ เคลื่อนลดระยะห่างเข้ามาเรื่อยๆ ราวกับจงใจกลั่นแกล้ง ‘หยุด’ ถ้อยคำที่ร่างบางอยากจะตะโกนใส่คนตรงหน้า แต่ทว่ามันกลับติดขัดอยู่ในลำคอของเขาเพียงเท่านั้น “ย- อย่า..”

 

“นายสองคนเล่นอะไรกันแต่เช้า”

 

ร่างบางถอยหายใจออกจากอกเมื่อเสียงจากผู้มาใหม่ช่วยหยุดการเคลื่อนไหวของมาร์ค แต่ทว่ามันไม่สามารถช่วยให้ใบหน้าหล่อเหลานั่นยอมผละถอยห่างออกจากระดับสายตาของจินยองไปได้

 

“เรากำลังถกเถียงเรื่องบางเรื่องกันนิดหน่อย” มาร์คตอบคำถามของบุคคลที่สามโดยที่ไม่ยอมละสายตาออกจากใบหน้าหวานของจินยอง “แต่เด็กบางคนเหมือนจะดื้อ ไม่ยอมเชื่อกันง่ายๆ” ท่อนแขนที่วางพาดอยู่บนพนักเก้าอี้เลือกที่จะขยับวางลงบนหัวไหล่ของร่างบางตรงหน้าแทน “ก็เลยกำลังพิสูจน์ว่าคำตอบของใครถูกต้องมากกว่ากัน”

 

รอยยิ้มกวนๆ ของมาร์คทำให้จินยองพยายามอดกลั้นความขุ่นมัวที่ก่อรวมขึ้นในร่าง ขณะฝังแนวฟันลงบนกลีบปากอิ่มของตนเองจนขึ้นสีแดงช้ำ เมื่อไม่ว่ายังไงชายหนุ่มตรงหน้าดูเหมือนจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างความหงุดหงิดให้กับเขาได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด “แล้วไหนละ คำตอบที่ว่านายถูก” และคนอย่างปาร์คจินยองก็ไม่ใช่คนที่จะยอมลงให้กับใครง่ายๆ เหมือนกัน

 

“คำตอบคือ..” มาร์คใช้ท่อนแขนที่พาดโอบดันร่างของคนที่อยู่ในพันธนาการของวงแขนให้ขยับใกล้ “ปาร์ค จินยอง” เสียงทุ้มกระซิบกระซาบคำตอบจนแทบชิดติดริมฝีปากบาง ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่มีเพียงม่านอากาศของลมหายใจกั้นกลางเพียงเท่านั้น

 

ลมหายใจร้อนที่รินรดลงบนใบหน้าเนียนขาวจุดให้พวงแก้มของจินยองขึ้นสีแดงระเรื่อบางๆ นัยน์ตาซุกซนและรอยยิ้มราวกับกลั้นแกล้งของมาร์คกลับกระตุกให้ก้อนเนื้อบนเนินอกข้างซ้ายเต้นรัว “ไม่คิดว่ามันใกล้ไปหรือไง” เบนหลบสายตาพราวระยับคู่นั้นด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าว

 

“ใกล้ขนาดนี้แล้วรู้สึกอะไรมั้ย” ชายหนุ่มยังคงยิงประโยคคำถามให้กับร่างบาง

 

“ม-ไม่เลย ไม่รู้สึกอะไรเลย” คำถามที่เรียกให้ดวงตาเรียวต้องตวัดมองอย่างทันควัน “ไม่รู้สึก!” ตะโกนตอบด้วยสีหน้ามุ่ยพร้อมกับออกแรงผลักร่างอีกคนเพียงเบาๆ “ไม่ ไม่ ไม่ไงเล่า ได้ยินชัดมั้ย”

 

ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มราวกับผู้คว้าชัยชนะ ขณะยอมคลายพันธนาการของวงแขนและขยับร่างถอยห่างออกไปอยู่ในจุดเดิมที่เขาเคยอยู่ก่อนหน้า “งั้นนายก็ไม่ควรที่จะเลือกกิน” นิ้วยาวเคาะลงบนจานอาหารของร่างบาง ก่อนยักคิ้วขึ้นอย่างยียวน เมื่อจินยองดูจะยังคงไม่เข้าใจถึงบทสรุปที่ทำให้ตัวเองต้องพ่ายแพ้

 

“เลิกแกล้งจินยองได้แล้วน่ามาร์ค” ร่างที่ยืนดูสงครามบนโต๊ะอาหารยามเช้าเลือกที่จะเอ่ยขัดขึ้นหลังจากทนนิ่งเงียบเฝ้าสังเกตสถานการณ์มาได้สักพักใหญ่ๆ “อีกอย่างปกติจินยองก็ไม่เคยเลือกกิน” อิมแจบอมก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่เอาแต่นั่งหน้ามุ่ย ขณะระบายยิ้มติดเอ็นดู “แต่เหมือนวันนี้จะมีนัดใช่มั้ย” มือหนาวางลงบนศีรษะกลมของจินยองก่อนขยี้เส้นผมสีดำขลับเบาๆ เพียงเพื่อเรียกรอยยิ้มจากคนตัวเล็ก “นัดสำคัญ”

 

สัมผัสของอิมแจบอมมักอ่อนโยนสำหรับปาร์คจินยองเสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน “ใช่ฮะ วันนี้ผมมีนัด” ร่างบางตอบรับอย่างสุภาพพร้อมรอยยิ้มน่ารักที่ส่งมอบให้กับพี่ชายร่างสูง “นัดสำคัญ” ประโยคสุดท้ายจินยองเลือกที่จะหันสายตาท้าทายมองกลับไปยังมาร์ค

 

“คนให้ท้ายไอ้เด็กนี่คือนายนี่เอง” มาร์คอดไม่ได้ที่จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชด ขณะเบือนสายตาหนีท่าทางออดอ้อนที่จินยองแสดงออกกับแจบอมด้วยความหงุดหงิด “แล้ว..นัดอะไรที่ว่ามันสำคัญ” ก่อนจะหลุดคำถามออกไปเพราะความอยากรู้

 

“บอกไม่ได้” คำตอบที่ถูกสวนกลับในทันทีส่งผลให้มาร์คตวัดมองกลับมาด้วยสายตาดุๆ และนั่นทำให้จินยองต้องรีบพาตัวเองเข้าไปซ้อนหลบอยู่ด้านหลังพี่ชายร่างสูงแทน “แจบอมฮยองจะไปส่งผมใช่มั้ย” พลางเขย่าแขนร่างสูงเพื่อเรียกร้องคำตอบ

 

“กี่โมงละจินยอง อืม..ถ้าก่อน..”