Got7

[Fic-Got7] Moonlight 2 {MarkNior}

posted on 06 Jun 2016 23:10 by visaging in Got7

Title : Moonlight

Author : Snoww

Paring: MarkNior-Got7

Rate: PG

Part : 2

--------------------------------------------------------------

เสียงเคาะประตูที่มาพร้อมกับคำเชิญจากป้าแชวอน ทำให้จินยองต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่กระตุกจังหวะหัวใจของเขาอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มผมสีอ่อนผู้เป็นเจ้าของดวงตาดุๆ จ้องมองการกล่าวแนะนำตัวจากเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนเกือบจะบึ้งตึง

 

“ตามาร์ค ไม่ได้ยินที่น้องแนะนำตัวหรือไง”

 

คำตำหนิบุตรชายของป้าแชวอนทำให้จินยองลอบกลืนน้ำลายลงในคอเล็กน้อย ขณะจิกกำขากางเกงของตนเองตนแน่น เมื่อรู้สึกว่าคำภาวนาของเขากำลังจะไม่บังเกิดผล แต่ถึงอย่างนั้นจินยองก็กำลังภาวนาขอให้ ‘พี่มาร์ค’ ของป้าแชวอนเป็นชายหนุ่มผิวขาวที่นั่งนิ่งอยู่อีกด้าน เพราะอย่างน้อยก็ยังมีรอยยิ้มของความเป็นมิตรส่งมอบกลับมาให้

 

“ยินดีที่ได้พบนะจินยอง”

 

เพียงแค่ชายหนุ่มผิวขาวทักทายกลับจินยองก็แทบจะถอนลมหายใจออกมาดังๆ เมื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์รับฟังคำอ้อนวอนจากเขา

 

“ตามาร์ค..”

 

ก่อนน้ำเสียงโทนเข้มจากป้าแชวอนจะทำลายความดีใจเมื่อครู่ไปจนสิ้น เมื่อชายหนุ่มผมสีอ่อนลุกขึ้นจากโซฟาแล้วก้าวตรงมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของจินยอง

 

“Hi” เป็นคำทักทายเพียงสั้นๆ ก่อนใบหน้านิ่งๆ นั่นจะกระตุกยิ้มที่มุมปาก “น้องจินยอง” เสียงทุ้มเน้นชื่อร่างบางทีละคำอย่างจงใจ

 

ใบหน้าหล่อเหลาที่ขยับใกล้ทำให้ภาพเหตุการณ์ที่ยังติดตาโผล่เข้ามาในความคิดของจินยองอีกครั้ง เมื่อการพบกันครั้งแรกอย่างไม่เป็นทางการมันดูไม่น่าจะประทับใจเท่าที่ควร ก่อนหลบสายตาคมที่จดจ้องไปอีกทางด้วยพวงแก้มที่ขึ้นสีระเรื่อ

 

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อใบหน้าหวานของน้องชายต่างสายเลือดขึ้นสีจนเกือบแดงก่ำ “เห็นสินะ…” กระซิบประโยคที่ได้ยินเพียงแค่สองคนเบาๆ เพื่อทดสอบว่าเด็กจินยองและเงาร่างที่เขาเห็นผลุบหายเข้าไปหลังผ้าม่านก่อนหน้าเป็นคนๆ เดียวกัน และมันก็ได้ผลเพราะนั่นทำให้ร่างบางเบิกดวงตาขึ้นจนโตอย่างมีพิรุธ

 

“เห็นใช่มั้ย” มาร์คยังคงยิงคำถามเพื่อคาดคั้น “คนไม่มีมารยาทที่แอบดูฉันกับแฟนจู๋จี๋กันคือนายเองสินะ”

 

คำกล่าวหาจากชายหนุ่มทำให้จินยองขบเม้มริมฝีปากอย่างอดกลั้น “ใครเขาอยากจะเห็นภาพแบบนั้นกันเล่า” เลือกที่จะตอบกลับด้วยน้ำเสียงรอดไรฟัน “น่าเกลียด” แม้จะรู้สึกถึงความร้อนที่ลามเลียไปทั่วดวงหน้ายามต้องสบมองกับนัยน์ตากลมเป็นประกายคู่นั้น แต่คำพูดที่ยียวนกวนประสาทของอีกคนทำให้ร่างบางไม่อาจทนนิ่งเงียบต่อไปได้

 

และก่อนที่การโต้เถียงระหว่างพี่น้องต่างสายเลือดจะรุนแรงมากไปกว่านี้ เสียงของชายหนุ่มร่างขาวที่อยู่ในฐานะแฟนของคนต้นเรื่องก็เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน

 

“มาร์คเดี๋ยวฉันต้องกลับก่อนนะ” ก่อนชายหนุ่มผิวขาวจะลุกขึ้นโค้งคำนับพร้อมถ้อยคำกล่าวลาตามมารยาทกับหญิงสูงวัยที่นั่งอยู่ “ผมกลับก่อนนะครับคุณป้า จริงๆ นัดกับคุณแม่เอาไว้ แต่โดนเด็กเอาแต่ใจแถวนี้ลากตัวมาด้วย”

 

“นึกว่ายองแจจะอยู่ทานข้าวกับป้าก่อนซะอีก”

 

“โอกาสหน้านะครับ วันนี้โดนคุณแม่จองตัวเอาไว้แล้วจริงๆ”

 

แชวอนระบายยิ้มพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ “งั้นฝากความคิดถึงถึงคุณแม่ด้วยนะลูก ส่วนเด็กเอาแต่ใจแถวนี้เดี๋ยวป้าจะจัดการต่อเอง”

 

“จินยองไว้เจอกันคราวหน้านะ” ร่างขาวยกมือขึ้นโบกลาน้องชายที่เพิ่งได้ทำความรู้จัก

 

ร่างสูงยอมที่จะหยุดสงครามกับคนตัวเล็กลงชั่วคราวก่อนปรี่ตัวเข้าไปเกาะติดร่างของคนที่กำลังก้าวเร็วออกไปทางประตู และนั่นทำให้จินยองสามารถหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง

 

“ถึงกับถอนหายใจเลยหรอจ๊ะจินยอง” แชวอนหัวเราะให้กับใบหน้าที่ดูตื่นๆ ของจินยอง “พี่มาร์คเขามีนิสัยชอบแกล้งอย่าไปถือสาเขาเลยนะ” ปลอบใบหน้ามุ่ยๆ ของร่างบางด้วยการเผยถึงนิสัยของบุตรชาย

 

จินยองทำได้เพียงระบายยิ้มเจื่อนๆ ก่อนหันมองสองร่างที่เดินโอบเกี่ยวหยอกล้อด้วยสายตาที่มีเครื่องหมายคำถาม ถึงแม้เรื่องชายกับชายรักกันจะเป็นสิ่งที่เขาเคยได้ยินว่ามันมีอยู่ แต่เขาก็ไม่เคยคาดคิดว่ามันจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว ความรักที่ผิดธรรมชาติ ความสัมพันธ์ที่เกินเพื่อน คนตัวเล็กไม่รู้ว่าความรักนั่นเป็นความลับมั้ย แล้วป้าแชวอนรับรู้เรื่องระหว่างคนทั้งคู่อย่างที่เขาได้เห็นและได้ยินด้วยหรือเปล่า

 

.

.

.

 

อาหารที่ถูกเติมจนเต็มท้องบวกกับร่างกายที่อ่อนล้าเพราะการเดินทางทำให้ร่างบางเลือกที่จะเสียมารยาทขอลุกออกจากกลางวงสนทนาเมื่อหัวข้อที่ผู้เป็นบิดาและแม่เลี้ยงกำลังพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของเขาค่อยๆ ถูกเปลี่ยนเป็นเรื่องเกี่ยวกับโครงการของการขยายธุรกิจซะส่วนใหญ่ “คุณป้าแชวอนฮะ” จินยองหยุดชะงักไปชั่วครู่ด้วยความลังเลขณะสบสายตากับชายสูงวัย “เอ่อ..คุณจินกู ผมขอตัวก่อนได้มั้ยฮะ” สุดท้ายร่างบางก็เลือกที่จะเรียกบิดาผู้ให้กำหนดว่า ‘คุณจินกู’ แทนการเรียกพ่อ เมื่อหัวใจของเขายังคงมีเส้นบางๆ ขวางกั้นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูก

 

จินกูชะงักถ้วยชาที่กำลังยกขึ้นจิบ ดวงตาสีนิลฉายประกายความวูบไหวเล็กน้อย ก่อนคลี่ยิ้มให้กับร่างที่นั่งนิ่งเพื่อรอคำอนุญาต “ขึ้นไปพักผ่อนเถอะวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันนี่นะ” พลางวางฝ่ามือลงบนศีรษะกลมของเด็กหนุ่ม “พ่อขอบคุณลูกมากนะ” ไล้กลุ่มผมสีดำขลับด้วยสัมผัสอ่อนโยน “ขอบคุณที่ลูกเติบโตมาเป็นเด็กดี”

 

ร่างบางพยายามบังคับตัวเองให้ยิ้มรับคำขอบคุณและสัมผัสอบอุ่นที่แตะลูบลงมา “ผมขอตัวนะฮะ” ก่อนค่อยๆ ปลีกตัวออกมาด้วยความรู้สึกสับสน ปล่อยให้สองเท้าทำหน้าที่ก้าวเดินมาจนกระทั้งถึงห้องนอนชั้นบน

 

“คนบ้านนี้ทำไมใจดีกันแบบนี้นะ” จินยองบ่นกับตัวเองขณะทิ้งตัวลงบนเตียง “อ่า..ไม่สิยกเว้นหมอนั้นไว้คน” เพียงแค่ใบหน้ายียวนของอีกคนลอยเข้ามาในความคิด หัวคิ้วของคนตัวเล็กก็ค่อยๆ ขดขมวดเพราะความหงุดหงิด “ไอ้พี่บ้า ไอ้คนน่าเกลียด ไอ้คนกวนประสาท!” มือที่วางนิ่งอยู่ข้างลำตัวเกร็งกำจนแน่นก่อนกระหน่ำทุบลงบนที่นอน

 

“เตีงนอนมันไปทำอะไรให้นายโกรธแค้นมากนักหรือไง ถึงได้ทุบมันไม่ยั้งแบบนั้น”

 

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นเรียกให้ร่างที่กำลังดิ้นร่วนบนเตียงต้องดีดตัวเองลุกขึ้นนั่งโดยอัตโนมัติ ร่างของพี่ชายต่างสายเลือดที่ยืนกอดอกพร้อมกับมองมาด้วยสีหน้านิ่งทำให้จินยองตีสีหน้าไม่พอใจกลับไปทันที “เข้าห้องคนอื่นโดยไม่เคาะประตูก่อนแบบนี้มันเสียมารยาทนะฮะ”

 

ใบหน้าหล่อเหลากระตุกยิ้มที่มุมปากขณะก้าวเข้าหาร่างที่นั่งมุ่ยหน้าบนเตียง “น้องจินยองกำลังจะสอนพี่มาร์คเรื่องมารยาทงั้นหรอครับ” สองแขนแกร่งวางค่อมลงไปบนร่างของคนตัวเล็กพร้อมสายตาท้าทาย

 

ท่อนแขนแข็งแรงที่กักกั้นทำให้จินยองต้องเอนตัวออกด้วยดวงตาเบิกโพล่ง ก่อนความเย็นที่ตกกระทบลงบนใบหน้าหวานจะทำให้คนตัวเล็กออกอาการสะดุ้งพร้อมอาการลืมหายใจไปชั่วขณะ เมื่อเส้นผมสีอ่อนของคนตรงหน้าเปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำที่กำลังไล้ผ่านลูกกระเดือกสวยตลอดจนแผงอกกว้างภายใต้เสื้อคลุมที่ถูกผูกเอาไว้เพียงหลวมๆ  

 

“ก-ก็ เข้าห้องคนอื่นโดยไม่ขออนุญาตก่อน แถมยัง..” ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัด ไม่คุ้นชินกับลมหายใจอุ่นที่รินรด “แต่งตัวไม่เรียบร้อยอีกต่างหาก”

 

“นั่นสินะ” มาร์คจงใจเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้พวงแก้มชมพูสีระเรื่อ “จะทำยังไงกับคนที่เข้าห้องคนอื่นโดยไม่ขออนุญาตดีละ”

 

จินยองเบี่ยงใบหน้าหลบปลายจมูกโด่งที่เฉียดใกล้ราวกับต้องการกลั่นแกล้ง พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายเพื่อหาช่องทางให้ตัวเองหลุดรอดไปจากกรงแขนที่ค่อมทับ ขณะขยับตัวถอยหนีร่างที่ก้าวต้อน “ก็แค่ออกไปเท่านั้นฮะ!”  แผ่นหลังเล็กที่ถอยชนกับหัวเตียงอย่างจนมุมเรียกคำพูดที่ติดค้างอยู่ในลำคอออกมา

 

มาร์คพยักหน้าเล็กน้อยก่อนยกยิ้มให้กับคนที่เบือนหน้าหลบสายตาหนีไปอีกทาง “แต่รู้สึกเหมือนจะทำยาก” ริมฝีปากหยักกระซิบชิดติดใบหูขาว “น้องจินยองว่าอย่างนั้นมั้ย” กลิ่นหอมที่ลอยใกล้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าการอดใจไม่ให้กลั่นแกล้งร่างบางกำลังเป็นเรื่องยาก ยากพอๆ กับการห้ามตนเองไม่ให้ฝังจมูกลงบนแก้มนวลตรงหน้า

 

“ไม่เห็นยากเลยฮะ แค่เดินออกไปทางประตู” ลมหายใจที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มทำให้จินยองไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว เมื่อพี่ชายต่างสายเลือดไม่ยอมหยุดที่จะหยอกแกล้ง แค่การกลั่นแกล้ง ร่างบาง

 

“แล้วทำไมน้องจินยองถึงไม่เดินออกไปละ”

 

“อ-เอ๋?” จินยองหันมองด้วยสีหน้าเดียงสา “ทำไมผมต้องออกไปจากห้อง..” ถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เริ่มติดขัดขณะกวาดสาตามองรอบๆ บริเวณห้อง “ห-ห้อง.. ห้องของพี่มาร์ค” ก่อนความจริงที่ปรากฎจะทำให้ปลายประโยคแผ่วเบาจนแทบขาดหาย  

 

ใบหน้าเหวอของจินยองเรียกเสียงหัวเราะจากชายหนุ่มขณะยอมที่จะถอยร่างออกมา “ฉันจะทำโทษคนไม่มีมารยาทยังไงดีนะ” มาร์คยกแขนขึ้นไขว้กอดเอาไว้ระหว่างอก จ้องมองคนที่กำลังก้าวลงจากเตียงนอนของเขาด้วยรอยยิ้มเป็นต่อ

 

“ผมขอโทษฮะ” ร่างบางก้มห