SF

[OS-????] Khunwoo

posted on 18 Oct 2013 17:24 by visaging in SF

Title : OS-????

Auther : Snoww

Paring : Khunwoo

Rate : ????



-----------------------------------



แทบจะกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้วที่ร่างสูงจะต้องขับรถมาจอดรอรับน้องชาย ‘ต่างสายเลือด’ ที่มหาลัยทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ และคนตัวเล็กก็ดูเหมือนจะรู้หน้าที่ของตัวเองดีเช่นกัน เพราะนิชคุณเพิ่งจะดับเครื่องยนต์ลงไปได้ไม่ถึงห้าวินาที เด็กแก้มกลม ผิวขาว ดวงตาเรียวก็วิ่งปรี่ตรงมาเปิดประตูขึ้นนั่งฝั่งด้านข้างคนขับทันที


จางอูยองของเขายังคงน่ารักไม่เปลี่ยนแปลง แก้มป่องๆ นั่นขึ้นสีระเรื่ออมชมพูเล็กน้อย ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปหยิกเล่นเบาๆ ส่วนผลตอบรับที่ได้กลับมาเป็นปฏิกิริยายู่ปาก ส่งสายตาค้อนๆ


ในความรู้สึกของนิชคุณมัน...น่ารักน่าชังเกินบรรยาย


“รีบวิ่งมาทำไมครับ” เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มเต็มใบหน้า ช่วงเวลาที่เรียกว่าเป็นวันศุกร์ที่สุขสุดๆ สำหรับเขา ช่วงเวลาที่จะได้อยู่กับคนที่เขารัก หรือเรียกว่าแอบรักดีละ เพราะนิชคุณไม่เคยบอกความรู้สึกนี้ให้กับอีกคนได้รับรู้


ไม่กล้า.. ไม่กล้าเพราะสถานะคำว่าพี่ชายที่ค้ำคออยู่ ทำให้ความรู้สึกที่มีต่อคนตัวเล็ก ต้องถูกซ่อนเอาไว้เป็นความลับ

ความลับ.. ที่อยู่ลึกๆ ภายในอกด้านซ้ายตลอดมา


“ผมอยากกินไอศครีม” อูยองเอ่ยบอกโชว์เฟอร์หน้าหล่อด้วยน้ำเสียงสดใส


สิ้นเสียงหวานที่ออกคำสั่ง ใบหน้าหล่อเหลาก็พยักขึ้นลงเป็นการตอบรับคำบัญชา แม้จะรู้สึกน้อยใจในคำตอบของอูยองอยู่บ้างก็ตามที ที่แท้ก็รีบวิ่งมาเพราะอยากให้เขาพาไปกินไอศครีมสินะ หลงเข้าข้างตัวเองอีกแล้วว่าคนตัวเล็กรีบวิ่งมาเพราะคิดถึงเขาเหมือนกัน


“อย่างเดียวเหรอครับ” นิชคุณหันไปถามคนที่บอกความต้องการของตัวเองเสร็จก็ก้มหน้าก้มตาให้ความสนใจกับมือถือเครื่องเล็กในมือ คิ้วเข้มของร่างสูงขมวดเข้าหากันทันทีที่ริมฝีปากแดงคลี่ยิ้มน่ารักให้กับหน้าจอโทรศัพท์


“งั้นร้านเดิมนะครับ” ชายหนุ่มพยายามชวนอูยองคุย เพื่อหวังให้การเดินทางครั้งนี้ไม่เงียบเชียบจนเกินไป


“...คิกๆ”


ร่างสูงถอนหายใจเบา เมื่อนอกจากประโยคคำถามของเขาจะไม่ได้รับความสนใจจากร่างบางด้านข้างแล้ว ใบหน้าขาวๆ ของจางอูยองยังแทบไม่เงยขึ้นหันมามองเขาอีกเลยด้วยซ้ำ


ลืมไปหรือเปล่าว่านิชคุณนั่งอยู่ตรงนี้…

...ทำได้แค่คิดและตะโกนกราดเกรี้ยวอยู่ในภายในใจ


.

.

.


“คิก..”


เสียงหัวเราะคิกคักดังสลับกับเสียงช้อนที่กระทบเข้ากับถ้วยไอศครีมใบใส จางอูยองยังคงนั่งจดจ้องอยู่แต่กับหน้าจอโทรศัพท์เครื่องเดิม ในขณะที่มืออีกข้างค่อยๆ ตักของหวานเย็นเฉียบในถ้วยเข้าปากอย่างต่อเนื่อง


ส่วนนิชคุณก็ยังคงเป็นบุคคลผู้ถูกลืมอยู่เหมือนเดิม…


ร่างสูงละสายตาออกจากใบหน้าน่ารักของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม เปล่าเขาไม่ได้เบื่อ หรือโมโหที่ถูกคนตัวเล็กทำเมิน ก็แค่กำลังรู้สึก...น้อยใจ  น้อยใจที่ทุกวันนี้นิชคุณเปรียบเสมือนหุ่นยนต์ที่ถูกป้อนโปรแกรมให้มีหน้าที่ทำตามคำสั่งของอูยองเท่านั้น แต่จะโทษใครได้ในเมื่อตัวเขาเองก็เต็มใจ


“พี่คุณฮะ”


ใบหน้าหล่อเหล่าหันตามเสียงหวานที่ร้องเรียกเขาในทันที แต่ทว่าคนเอ่ยเรียกกลับเอาแต่นั่งก้มหน้าจดจ้องอยู่แต่กับเจ้าโทรศัพท์ในมือ ถึงอย่างนั้นร่างสูงก็ยังนิ่งเงียบรอคอยประโยคต่อไปอย่างใจเย็น


“พรุ่งนี้พี่คุณต้องทำงานหรือเปล่าฮะ”


“ไม่ครับ พรุ่งนี้เป็นวันหยุด”


“งั้นคืนนี้พี่คุณค้างที่บ้านผมนะฮะ”


“...” ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจพร้อมกับริมฝีปากที่คลี่ยิ้มออกจนเรียกว่าฉีกกว้างมากที่สุด


มีเพียงความเงียบที่ตอบรับคำถามของอูยองกลับมา และคงเป็นครั้งแรกที่ความเงียบสามารถทำให้ใบหน้าขาวยอมที่จะเงยมองตัวตนของร่างสูง “ไม่ได้เหรอฮะพี่คุณ” เสียงเล็กถามย้ำอย่างอ้อนๆ ส่วนสายตาที่ทอดมองก็ดูเว้าวอนจนน่าสงสาร


“ทำไมถึงต้องให้พี่ค้างละครับ” เอ่ยถามออกไปเพื่อวางฟอร์มอย่างนั่นแหละ ใจจริงแล้วนิชคุณแทบจะตอบตกลงในทันทีเสียด้วยซ้ำ แต่ที่มัวอ้ำอึ่งไม่ได้ตอบออกไปก็เพราะมัวแต่ระงับอาการดีใจเอาไว้อยู่ และถ้าจางอูยองสังเกตก็คงจะเห็นว่านิชคุณกำลังจิกกำขากางเกงตัวเองเสียจนเนื้อผ้าแทบขาดติดมือ


“พี่มินจุนบอกว่าวันนี้จะไม่กลับบ้าน” ร่างบางเอ่ยเสียงอ่อย “ผมไม่อยากต้องอยู่บ้านคนเดียว มันน่ากลัว”


“หมอนั่นไม่เห็นบอกพี่ให้รู้เลย” น้ำเสียงที่ถามกลับราบเรียบผิดกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงจนกลัวว่ามันจะระเบิดออกมานอกอก


“แล้วพี่คุณอยู่เป็นเพื่อนผมได้หรือเปล่าฮะ”


ชายหนุ่มระบายยิ้มบางๆ แม้จะรู้สึกปวดใจที่ตัวเองมีความสำคัญกับร่างเล็กได้แค่นี้ก็ตามที แต่ถึงอย่างนั้นนิชคุณก็ยอม ยอมเพียงแค่ให้มีโอกาสได้ขยับตัวเข้าไปใกล้อูยองอีกสักนิด


อาการนิ่งเงียบของคนพี่ทำให้อูยองได้แต่ก้มหน้ารอคำตอบรับนิ่งๆ ก่อนสัมผัสเบาๆ ที่แตะซับลงมาบนมุมปากจะดึงให้ใบหน้าหวานช้อนมองการกระทำของร่างสูงด้วยนัยน์ตาสงสัย


“ขนาดแค่กินไอศครีมยังเลอะปากเลย แล้วพี่จะปล่อยให้อูยองอยู่บ้านคนเดียวได้ยังไงกันครับ” ชายหนุ่มบรรจงใช้ผ้าเช็ดหน้าเพื่อแตะซับคราบไอศครีมออกจากมุมปากเล็กให้อย่างอ่อนโยน


“ผมรักพี่คุณที่สุดเลยฮะ” อูยองดึงมือที่กำลังซับเช็ดริมฝีปากของเขาขึ้นแนบกับพวงแก้มพร้อมฉีกยิ้มอย่างดีใจ


แล้วคุณคิดว่านิชคุณจะทำยังไงกับรอยยิ้มพิฆาตนี่ดีละ “ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะ” สุดท้ายชายหนุ่มก็ทำได้เพียงแค่ใช้มืออีกข้างหยิกผิวแก้มนุ่มนิ่มนั่นแทน


ส่วนสิ่งที่อยากทำใจจะขาด ขอเก็บเอาไว้สำหรับคนนี้ละกัน...


.

.

.


“ไม่เห็นต้องให้พี่มาค้างด้วยเลย” โซฟาที่ว่างด้านข้างคนตัวเล็กถูกร่างสูงหย่อนตัวลงนั่ง “ความจริงอูยองก็แค่นั่งเล่นมือถือไปจนถึงเช้าก็ได้นี่น่า” ประโยคที่ชายหนุ่มจงใจเอ่ยเพื่อประชดประชัน เพราะสุดท้ายอูยองก็ยังมุ่งความสนใจอยู่แต่กับโทรศัพท์คู่ใจอยู่ดี


“ไม่เหมือนกันนี่ฮะ..” นิ้วเล็กๆ ยังไม่ยอมหยุดกดแป้นพิมพ์ในโปรแกรมแชทของโทรศัพท์ ส่วนใบหน้าและสายตาก็ยังคงไม่ละออก เพื่อหันมองร่างของคนที่กำลังเสวนาด้วยเช่นเดิม


“แฟนเหรอ?” แขนแกร่งสอดประสานกอดเอาไว้ระหว่างอกขณะกลั้นหายใจรอฟังคำตอบที่เพิ่งพลั้งปากเอ่ยถามไป ความจริงนิชคุณก็ไม่ได้อยากจะทำตัวเสียมารยาทละลาบละล้วงอยากรู้ให้ต้องปวดใจมากนักหรอก แต่มันอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าอูยองกำลังแชทคุยอยู่กับใครอย่างอารมณ์ดีตั้งนานสองนาน


“ฮะ..” เสียงเล็กที่ตอบกลับมาเพียงสั้นๆ ทำให้ร่างสูงต้องนั่งตัวตรงเกร็งโดยอัตโนมัติ “แฟน..”


จู่ๆ ใบหน้าร่างสูงก็รู้สึกร้อนผ่าว ร่างทั้งร่างชาวาบราวกับยืนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะเย็นเยือก “พี่ง่วงแล้ว” นิชคุณลุกออกจากที่นั่ง ก่อนก้าวตรงไปยังประตูห้องพร้อมความหงุดหงิดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นภายในใจ


เสียงบานประตูที่ปิดลงดึงให้ใบหน้าขาวละสายตาจากหน้าจอมือถือ “อ้าวพี่คุณ..ยังพูดไม่ทันจบเลย เป็นอะไรของเขานะ” พร้อมกับยกมือขึ้นเกาศีรษะด้วยความงุนงง


.

.


สาเหตุเพราะนอนผิดที่เลยทำให้ร่างสูงไม่สามารถข่มตาหลับลงได้นั่นก็แค่ส่วนหนึ่ง แต่ดูเหมือนจะเป็นผลกระทบที่น้อยนิดเมื่อเทียบกับคำตอบของจางอูยองเมื่อช่วงหัวค่ำ เพราะเลือกรับบทเป็นพี่ชายที่แสนดี สุดท้ายถึงได้ต้องกลายเป็นเพียงแค่พี่ชายจริงๆ  ร่างหนาถอนลมหายใจออกเบาๆ ขณะพลิกร่างนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาผนังห้อง ชายหนุ่มพยายามบังคับเปลือกตาให้ปิดลง ปล่อยความคิดที่หนักอึ้งลอยไปกับกระแสความเงียบของรัตติกาล…


ลมหายใจร้อน และบางอย่างที่ซุกแนบอยู่ตรงแผ่นหลังปลุกให้สติที่กำลังดำดิ่งอยู่ในห้วงนิทรารู้สึกตัวขึ้น นิชคุณค่อยๆ พลิกร่างตัวเองเพื่อหันมองต้นเหตุที่บังอาจทำลายความฝันอันแสนสุขของเขา และแล้วดวงตากลมก็ต้องเบิกโพลงในความมืด เมื่อชายหนุ่มพบว่าต้นเหตุคือคนที่กำลังอยู่ในความฝันของเขาเมื่อครู่


“อูยอง” เสียงทุ้มกระซิบเรียกคนที่ถือวิสาสะแอบเข้ามานอนอยู่บนเตียงเดียวกันกับเขา จะว่าเจ้าเด็กแก้มกลมนี่เข้าห้องผิดก็ไม่จะใช่ เพราะห้องรับแขกที่เขานอนนั้นอยู่ละฝากกับห้องนอนของคนตัวเล็กนี่ด้วยซ้ำ เพียงแค่ชายหน